นักเตะที่อาร์เซนอลเกือบได้ แต่ดีลล่มในนาทีสุดท้าย จาก Ronaldo ถึง Mudryk
ตลาดนักเตะไม่ได้มีเฉพาะเรื่องของผู้เล่นที่ย้ายเข้าหรือออกจากสโมสรสำเร็จ เพราะบางครั้งดีลที่ “ไม่เกิดขึ้น” กลับถูกพูดถึงยาวนานกว่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงเสียอีก
อาร์เซนอลเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีเรื่องราวประเภทนี้จำนวนมาก โดยเฉพาะตลอดยุค Arsène Wenger ซึ่งเจ้าตัวเคยเปิดเผยภายหลังถึงนักเตะระดับโลกหลายรายที่สโมสรติดตามหรือพยายามคว้าตัว
แต่คำว่า “เกือบได้” มีหลายระดับ การที่แมวมองเคยติดตามนักเตะหนึ่งคน ไม่เหมือนกับการที่สโมสรยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ และการเจรจากับนักเตะก็ยังแตกต่างจากดีลที่เหลือเพียงการตกลงรายละเอียดขั้นสุดท้าย
ดังนั้น บทความ นักเตะที่อาร์เซนอลเกือบได้ แต่ดีลล่มในนาทีสุดท้าย จะไม่รวบรวมทุกชื่อที่เคยตกเป็นข่าว แต่เลือกกรณีที่มีหลักฐานว่าความสนใจของอาร์เซนอลเกิดขึ้นจริง ตั้งแต่ Cristiano Ronaldo และ Luis Suárez ไปจนถึง Raphinha และ Mykhailo Mudryk พร้อมแยกให้เห็นว่าแต่ละดีลเข้าใกล้การเกิดขึ้นจริงมากน้อยเพียงใด
นักเตะคนไหนที่อาร์เซนอลเคยเข้าใกล้การคว้าตัวจริง?
เรื่องราว “What if?” ของอาร์เซนอลมีทั้งกรณีที่ Wenger ยืนยันด้วยตัวเองและดีลที่มีหลักฐานว่ามีการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ
ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่
นักเตะ | ช่วงที่อาร์เซนอลสนใจ | เกิดอะไรขึ้น | สุดท้ายย้ายไป |
Cristiano Ronaldo | 2003 | Arsenal เจรจาและ Wenger ยืนยันภายหลังว่าเข้าใกล้มาก | Manchester United |
Luis Suárez | 2013 | Arsenal ยื่นข้อเสนอ £40m + £1 แต่ Liverpool ปฏิเสธ | อยู่ Liverpool ต่อ |
Gonzalo Higuaín | 2013 | มีการเจรจาและข่าวการย้ายทีมอย่างหนัก แต่ไม่สำเร็จ | Napoli |
Jamie Vardy | 2016 | Arsenal เดินหน้าหลัง Leicester คว้าแชมป์ แต่ผู้เล่นเลือกอยู่ต่อ | Leicester City |
Thomas Lemar | 2017 | Arsenal พยายามทำดีลในวัน Deadline Day แต่ไม่สำเร็จ | อยู่ Monaco ต่อ |
Raphinha | 2022 | Arsenal ยื่นข้อเสนอ แต่ไม่ถึงราคาที่ Leeds ต้องการ | Barcelona |
Mykhailo Mudryk | 2023 | Arsenal เจรจากับ Shakhtar และยื่นข้อเสนอ ก่อน Chelsea ปิดดีล | Chelsea |
สิ่งที่ทำให้รายชื่อเหล่านี้น่าสนใจกว่าข่าวลือทั่วไปคือ หลายกรณีสามารถตรวจสอบได้ว่าอาร์เซนอลเดินหน้ามากกว่าการ “แสดงความสนใจ”
Suárez, Raphinha และ Mudryk มีหลักฐานเรื่องข้อเสนอหรือการเจรจา ขณะที่ Ronaldo เป็นกรณีที่ Wenger พูดถึงด้วยตัวเองในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกดีลในตารางจะเรียกว่า “ล่มนาทีสุดท้าย” ได้ในความหมายตรงตัว บางกรณีควรเรียกว่า “เข้าใกล้การเซ็นสัญญา” มากกว่า ซึ่งเป็นความแตกต่างสำคัญเมื่อต้องย้อนประวัติศาสตร์ ตลาด ซื้อขาย นัก เตะ อาร์เซนอล ล่าสุด อย่างแม่นยำ
Cristiano Ronaldo ดีลในตำนานที่ Wenger ยอมรับว่าเสียดายที่สุด
เมื่อย้อนจาก ตลาดซื้อขาย นัก เตะ อาร์เซนอล กลับไปยังยุคของ Arsène Wenger แทบไม่มีเรื่องราวใดถูกนำกลับมาพูดถึงบ่อยเท่ากับ Cristiano Ronaldo
ก่อนที่โลกจะรู้จัก Ronaldo ในฐานะเจ้าของ Ballon d’Or และหนึ่งในผู้ทำประตูสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล เขาเป็นดาวรุ่งของ Sporting CP ที่กำลังได้รับความสนใจจากสโมสรใหญ่ในยุโรป
หนึ่งในนั้นคืออาร์เซนอล Wenger เปิดเผยภายหลังว่า Ronaldo เคยมาที่สนามฝึกของอาร์เซนอล และสโมสรมีความสนใจอย่างจริงจังในการเซ็นสัญญากับเขา
สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อ Sporting พบ Manchester United ในเกมกระชับมิตรช่วงซัมเมอร์ปี 2003
Ronaldo สร้างความประทับใจอย่างมาก ก่อน Manchester United เดินหน้าอย่างรวดเร็วและคว้าตัวเขาไป เมื่อมองย้อนหลัง ผลลัพธ์ของดีลนี้มหาศาลเกินกว่าคำว่า “พลาดนักเตะหนึ่งคน”
Ronaldo พัฒนาจากปีกดาวรุ่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกกับ Manchester United คว้า Premier League สามสมัยติดต่อกันระหว่างปี 2007–2009 รวมถึง Champions League และ Ballon d’Or ปี 2008 ก่อนย้ายไป Real Madrid
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ยิ่งน่าสนใจคือ Arsenal ในเวลานั้นมีทั้ง Thierry Henry, Dennis Bergkamp, Robert Pires และ Freddie Ljungberg อยู่ในทีม
หาก Ronaldo เติบโตภายใต้ Wenger และเล่นร่วมกับแนวรุกเหล่านั้น เส้นทางของทั้ง Arsenal, Manchester United และตัวนักเตะเองอาจแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
แต่นั่นคือสิ่งที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ ข้อเท็จจริงที่สำคัญกว่าคือ Arsenal สนใจ Ronaldo จริงและเข้าใกล้การเซ็นสัญญา ก่อนที่ Manchester United จะเป็นฝ่ายคว้าตัวไปในที่สุด
£40 ล้าน + £1 ของ Luis Suárez เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ถ้า Ronaldo คือดีลที่สร้างคำถาม “ถ้าเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร?” มากที่สุด ดีล Luis Suárez อาจเป็นดีลที่มีรายละเอียดแปลกที่สุด
ซัมเมอร์ปี 2013 Arsenal ต้องการเพิ่มกองหน้าระดับสูงให้ทีม และ Suárez ซึ่งขณะนั้นอยู่ Liverpool กลายเป็นเป้าหมายสำคัญ
Arsenal ยื่นข้อเสนอประมาณ 30 ล้านปอนด์ในช่วงแรก แต่ Liverpool ปฏิเสธ จากนั้นจึงเกิดตัวเลขที่กลายเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่โด่งดังที่สุดของตลาด Premier League
40,000,001 ปอนด์
เหตุผลที่ Arsenal เติมเงินอีกหนึ่งปอนด์ไม่ได้เกิดจากการต้องการยั่ว Liverpool แต่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญาของ Suárez
ฝ่าย Arsenal เชื่อว่าข้อเสนอที่สูงกว่า 40 ล้านปอนด์จะทำให้เงื่อนไขบางอย่างทำงาน และเปิดทางให้พวกเขาเดินหน้ากับนักเตะ
แต่เงื่อนไขดังกล่าวไม่ได้บังคับให้ Liverpool ต้องขาย Suárez Liverpool จึงปฏิเสธข้อเสนอ และ John W. Henry เจ้าของสโมสรตอบสนองต่อสถานการณ์ด้วยข้อความที่กลายเป็นเรื่องดังในโลกฟุตบอล
เรื่องไม่ได้จบแค่นั้น Suárez ต้องการย้ายทีมและเชื่อว่าสโมสรควรเปิดทาง ขณะที่ Arsenal ยังรอดูว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่ Liverpool ยืนกรานว่าจะไม่ขายกองหน้าคนสำคัญให้คู่แข่งโดยตรง
สุดท้าย Suárez อยู่กับ Liverpool ต่อ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นทำให้ Arsenal ยิ่งถูกตั้งคำถามว่า “ถ้าจ่ายเพิ่มอีกหน่อยจะเกิดอะไรขึ้น?”
ฤดูกาล 2013/14 Suárez ระเบิดฟอร์มระดับสุดยอดกับ Liverpool ก่อนคว้ารางวัล PFA Players’ Player of the Year และพาทีมเข้าใกล้แชมป์ Premier League
ขณะที่ Arsenal จบอันดับ 4 แต่สามารถยุติช่วงเวลารอคอยแชมป์ด้วยการคว้า FA Cup
หนึ่งปีต่อมา Suárez ย้ายไป Barcelona ดังนั้น ดีล £40m + £1 จึงไม่ได้ล้มเพราะเงินหนึ่งปอนด์ แต่ล้มเพราะ Arsenal กับ Liverpool เข้าใจและตีความสถานการณ์ของสัญญาแตกต่างกัน ขณะที่ Liverpool ไม่มีความต้องการขายนักเตะให้คู่แข่งโดยตรง
Higuaín และ Suárez ซัมเมอร์เดียวที่อาร์เซนอลตามหากองหน้าระดับโลก
สิ่งที่มักถูกลืมเมื่อพูดถึง Suárez คือ ในซัมเมอร์เดียวกัน Arsenal ยังมีชื่อของ Gonzalo Higuaín อยู่ในตลาดด้วย
กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินากำลังเตรียมออกจาก Real Madrid และมีรายงานอย่างต่อเนื่องว่า Arsenal สนใจอย่างจริงจัง
สถานการณ์ดูเหมือนมีความเป็นไปได้สูงจนเกิดกระแสว่าดีลใกล้เสร็จสิ้น แต่ท้ายที่สุด Higuaín ไม่ได้มา Emirates Stadium
Napoli เป็นฝ่ายคว้าตัวเขาไปแทน สิ่งที่ทำให้กรณีนี้น่าสนใจคือ Arsenal เปลี่ยนความสนใจไปยัง Suárez ซึ่งเป็นเป้าหมายที่มีต้นทุนสูงกว่าและสถานการณ์ซับซ้อนกว่า
สุดท้ายสโมสรไม่ได้ทั้งสองคน อย่างไรก็ตาม ตลาดซัมเมอร์นั้นไม่ได้จบลงด้วยความว่างเปล่า เพราะในวันสุดท้าย Arsenal สร้างหนึ่งในดีลที่สำคัญที่สุดของยุค Emirates ด้วยการคว้า Mesut Özil จาก Real Madrid
นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่า Failed Transfer ไม่จำเป็นต้องทำลายตลาดทั้งหมด บางครั้งการพลาดเป้าหมายหนึ่งรายทำให้สโมสรเปลี่ยนงบประมาณและลำดับความสำคัญไปยังนักเตะอีกตำแหน่ง ซึ่งสามารถเปลี่ยนเส้นทางของทีมได้เช่นกัน
Jamie Vardy กับดีลที่นักเตะเป็นฝ่ายเลือกไม่ย้าย
ไม่ใช่ทุกครั้งที่ Arsenal พลาดนักเตะเพราะสู้ค่าตัวไม่ได้ กรณีของ Jamie Vardy เป็นตัวอย่างที่แตกต่างอย่างชัดเจน
หลัง Leicester City สร้างหนึ่งในเทพนิยายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลอังกฤษด้วยการคว้า Premier League ฤดูกาล 2015/16 Vardy กลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ถูกจับตามองมากที่สุด
Arsenal เดินหน้าคว้าตัวเขาในซัมเมอร์ 2016 โดยสถานการณ์มีความจริงจังมากกว่าข่าวลือทั่วไป
แต่สุดท้าย Vardy ตัดสินใจไม่ย้าย เขาเลือกต่อสัญญากับ Leicester และใช้เวลาช่วงสำคัญที่เหลือของอาชีพกับสโมสรที่เขาเพิ่งพาเป็นแชมป์
ดีลนี้น่าสนใจเพราะ Arsenal สามารถมีเงินและความตั้งใจที่จะซื้อ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้รับประกันว่าผู้เล่นจะเลือกย้าย
Transfer ต้องได้รับความเห็นชอบจากหลายฝ่าย ทั้งสโมสรต้นสังกัด สโมสรผู้ซื้อ นักเตะ และตัวแทน ถ้าหนึ่งในองค์ประกอบเหล่านั้นไม่ลงตัว ดีลก็สามารถจบลงได้ แม้เงื่อนไขด้านการเงินจะสามารถแก้ไขได้แล้วก็ตาม
Thomas Lemar กับ £90 ล้านที่เกือบเปลี่ยน Deadline Day ปี 2017
หนึ่งในวันที่วุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดของ Arsenal เกิดขึ้นวันที่ 31 สิงหาคม 2017 ขณะนั้นอนาคตของ Alexis Sánchez ไม่แน่นอน และ Manchester City ต้องการคว้าตัวแนวรุกชาวชิลี
Arsenal จึงต้องมองหาตัวแทนก่อนยอมปล่อย Sánchez
เป้าหมายสำคัญคือ Thomas Lemar ซึ่งเพิ่งมีส่วนสำคัญกับ Monaco ชุดคว้าแชมป์ Ligue 1 และไปถึงรอบรองชนะเลิศ Champions League
มีรายงานว่า Arsenal พร้อมจ่ายเงินระดับประมาณ 90 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวเขา
แต่ดีลไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลา สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนเพราะ Lemar กำลังอยู่กับทีมชาติฝรั่งเศส และเวลาที่เหลือก่อนตลาดปิดมีจำกัด
เมื่อ Arsenal ไม่สามารถปิดดีล Lemar ได้ การย้ายของ Sánchez ไป Manchester City ก็ไม่เกิดขึ้นในวันนั้นเช่นกัน
เพียงไม่กี่เดือนต่อมา Sánchez ย้ายไป Manchester United ในดีลแลกตัวกับ Henrikh Mkhitaryan ส่วน Lemar อยู่ Monaco ต่อ ก่อน Atlético Madrid คว้าตัวในปี 2018
นี่จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่า ดีลหนึ่งสามารถมีผลต่ออีกดีลหนึ่งโดยตรง
Arsenal ไม่ได้กำลังซื้อ Lemar เพียงเพื่อเพิ่มตัวเลือกในทีม แต่ต้องการเขาเป็นส่วนหนึ่งของ Domino Effect ที่จะเปิดทางให้ Sánchez ออกจากสโมสร เมื่อชิ้นแรกไม่ขยับ ชิ้นต่อไปจึงหยุดตามไปด้วย
Raphinha ปี 2022 อาร์เซนอลยื่นซื้อจริง แต่หัวใจนักเตะอยู่ที่ Barcelona
ตลาดซัมเมอร์ 2022 เป็นช่วงสำคัญของการสร้างทีมยุค Arteta และ Edu หนึ่งในเป้าหมายที่ Arsenal เดินหน้าจริงคือ Raphinha ของ Leeds United
นี่ไม่ใช่เพียงข่าวเชื่อมโยง เพราะมีรายงานยืนยันว่า Arsenal ยื่นข้อเสนอให้ Leeds แต่ข้อเสนอแรกต่ำกว่ามูลค่าที่ต้นสังกัดต้องการ
การแข่งขันยังไม่ได้มีเพียง Arsenal Chelsea เข้ามาอยู่ในสถานการณ์ ขณะที่ Barcelona เป็นปลายทางที่นักเตะต้องการมากที่สุด
ท้ายที่สุด Barcelona สามารถตกลงกับ Leeds ได้ และ Raphinha ย้ายไป Camp Nou ในดีลที่มีมูลค่าสูงสุดประมาณ 55 ล้านปอนด์
เมื่อมองย้อนหลัง การพลาด Raphinha ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อ Arsenal ในแบบเดียวกับ Ronaldo หรือ Suárez
เหตุผลสำคัญคือ Bukayo Saka ยังคงพัฒนาเป็นแกนหลักของทีมทางฝั่งขวา และ Arsenal สามารถนำทรัพยากรไปเสริมตำแหน่งอื่น ดังนั้น “พลาดนักเตะเก่ง” ไม่ได้หมายความว่า “ตัดสินใจผิด” เสมอไป
หากราคาเพิ่มสูงเกินกว่าที่สโมสรมองว่าเหมาะสม หรือผู้เล่นมีปลายทางที่ต้องการชัดเจน การถอนตัวอาจเป็นการตัดสินใจที่ดีกว่าการชนะการประมูลด้วยทุกต้นทุน
Mudryk ดีลที่ Arsenal เจรจาอยู่นาน ก่อน Chelsea ปิดเกมอย่างรวดเร็ว
หากต้องเลือกดีลยุค Arteta ที่แฟน Arsenal รู้สึกว่า “ใกล้มาก” ที่สุด ชื่อของ Mykhailo Mudryk อยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
เดือนมกราคม 2023 Arsenal กำลังนำเป็นจ่าฝูง Premier League และต้องการเพิ่มตัวเลือกเกมรุกหลัง Gabriel Jesus ได้รับบาดเจ็บ
Mudryk ของ Shakhtar Donetsk กลายเป็นเป้าหมายสำคัญ BBC รายงานในวันที่ 9 มกราคมว่า Arsenal อยู่ระหว่างการเจรจากับ Shakhtar และมีข้อเสนอถูกปฏิเสธไปแล้ว ขณะที่การพูดคุยยังดำเนินต่อไป
ตัวนักเตะเองยังสร้างกระแสบน Social Media ที่ทำให้แฟน Arsenal เชื่อว่าการย้ายทีมมีโอกาสเกิดขึ้นสูง
แต่ Shakhtar ตั้งมูลค่านักเตะไว้สูงมาก ก่อนสถานการณ์จะพลิกอย่างรวดเร็วในช่วงกลางเดือนมกราคม เมื่อ Chelsea ส่งตัวแทนเข้าเจรจากับ Shakhtar และสามารถตกลงโครงสร้างดีลได้
Chelsea ประกาศคว้า Mudryk ในวันที่ 15 มกราคม 2023 ด้วยมูลค่าเริ่มต้นประมาณ 70 ล้านยูโร พร้อมโบนัสอีก 30 ล้านยูโร ซึ่งอาจทำให้ดีลมีมูลค่ารวมประมาณ 100 ล้านยูโร หรือราว 89 ล้านปอนด์
Arsenal ไม่เลือกเพิ่มข้อเสนอจนถึงระดับเดียวกัน และเพียงไม่กี่วันต่อมา สโมสรหันไปคว้า Leandro Trossard จาก Brighton
นี่ทำให้เรื่องของ Mudryk กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากเมื่อมองย้อนหลัง Arsenal พลาดเป้าหมายอันดับต้น ๆ แต่ไม่ได้หยุดการเสริมทีม สโมสรเปลี่ยนไปหา Alternative ที่ราคาต่ำกว่า มีประสบการณ์ Premier League และสามารถเข้ามาช่วยทีมได้ทันที
ดังนั้น Failed Transfer ของ Mudryk จึงสอนอีกด้านหนึ่งของตลาดนักเตะว่า ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การคว้าเป้าหมายแรกให้ได้ทุกครั้ง แต่อยู่ที่คุณภาพของแผนสำรองเมื่อดีลแรกไม่เกิดขึ้นด้วย
ทำไมอาร์เซนอลพลาดนักเตะเหล่านี้ และทุกดีลควรถูกเรียกว่า “น่าเสียดาย” หรือไม่?
เมื่อวาง Ronaldo, Suárez, Vardy, Lemar, Raphinha และ Mudryk ไว้ด้วยกัน จะพบว่า Arsenal ไม่ได้พลาดนักเตะด้วยเหตุผลเดียวกัน
Ronaldo เป็นเรื่องของการแข่งขันกับ Manchester United และจังหวะที่อีกสโมสรเดินหน้าได้สำเร็จ
Suárez มีทั้งเรื่องราคาประเมิน เงื่อนไขสัญญา และการที่ Liverpool ไม่ต้องการขายดาวเด่นให้คู่แข่ง
Vardy เป็นกรณีที่นักเตะเลือกอยู่กับสโมสรเดิม
Lemar ติดปัญหาด้านเวลาและเชื่อมโยงกับอนาคตของ Sánchez
Raphinha ต้องการ Barcelona เป็นปลายทางหลัก
ส่วน Mudryk กลายเป็นการแข่งขันด้านราคาและโครงสร้างข้อเสนอที่ Arsenal เลือกไม่เดินตาม Chelsea ไปจนสุดทาง
และเมื่อมองจากสิ่งที่เกิดขึ้นหลังดีลล่ม คำว่า “พลาด” ก็ไม่ได้มีความหมายเท่ากันทุกครั้ง Cristiano Ronaldo กลายเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาล ดังนั้นการไม่ได้ตัวเขาย่อมเป็นหนึ่งใน What if ที่ใหญ่ที่สุดของ Arsenal
Suárez ระเบิดฟอร์มทันทีในฤดูกาลถัดมา จึงเป็นอีกกรณีที่สามารถตั้งคำถามได้อย่างจริงจังว่าหาก Arsenal เพิ่มข้อเสนอจน Liverpool ยอมขาย ทีมของ Wenger อาจไปได้ไกลเพียงใด
แต่บางดีลกลับแสดงผลอีกแบบ การพลาด Mudryk ทำให้ Arsenal เปลี่ยนไปหา Trossard ขณะที่การไม่ได้ Raphinha ไม่ได้หยุดพัฒนาการของแนวรุกที่มี Saka เป็นกำลังหลัก
ดังนั้น Failed Transfer จึงไม่ควรถูกตัดสินจากชื่อเสียงของนักเตะเพียงอย่างเดียว
บางครั้งนักเตะที่ไม่ได้มาอาจกลายเป็นซูเปอร์สตาร์และสร้างความเสียดายไปอีกหลายสิบปี แต่บางครั้งการยอมปล่อยดีลให้ล่มอาจเป็นส่วนหนึ่งของวินัยในการสร้างทีมที่ดีเช่นกัน
สรุป นักเตะที่อาร์เซนอลเกือบได้ บางคนเปลี่ยนประวัติศาสตร์ฟุตบอลไปแล้ว
เรื่องราวของ นักเตะที่อาร์เซนอลเกือบได้ แต่ดีลล่มในนาทีสุดท้าย แสดงให้เห็นว่าตลาดนักเตะมีรายละเอียดมากกว่าการเสนอเงินแล้วรอให้นักเตะชูเสื้อ
Cristiano Ronaldo แสดงให้เห็นว่าจังหวะเพียงช่วงสั้น ๆ สามารถเปลี่ยนเส้นทางของนักเตะและสองสโมสรได้อย่างมหาศาล
Luis Suárez แสดงให้เห็นความสำคัญของการตีความสัญญา มูลค่าของนักเตะ และอำนาจต่อรองของสโมสรต้นสังกัด
Vardy และ Raphinha ย้ำว่า ความต้องการของนักเตะสามารถเป็นตัวตัดสินปลายทางได้ ขณะที่ Lemar แสดงให้เห็นว่า Deadline Day สามารถทำให้ดีลหลายรายการเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่
ส่วน Mudryk เป็นบทเรียนของ Arsenal ยุคใหม่ว่า การมีเพดานราคาที่ชัดเจนและ Alternative พร้อมใช้งาน อาจสำคัญกว่าการเอาชนะคู่แข่งเพื่อคว้าเป้าหมายแรกด้วยทุกต้นทุน
และนี่อาจเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของดีลที่ไม่เคยเกิดขึ้น
เพราะเราไม่มีวันรู้ว่า Ronaldo ภายใต้ Wenger, Suárez ที่เล่นร่วมกับ Özil หรือ Vardy ในระบบของ Arsenal จะสร้างผลลัพธ์แบบใด
สิ่งที่รู้ได้มีเพียงว่า Arsenal เคยเข้าใกล้นักเตะเหล่านั้นจริง แต่ตลาดฟุตบอลเลือกพาพวกเขาไปอีกเส้นทางหนึ่ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนักเตะที่อาร์เซนอลเกือบได้
อาร์เซนอลเคยเกือบเซ็น Cristiano Ronaldo จริงหรือไม่?
จริงในแง่ที่ Arsène Wenger ยืนยันว่า Arsenal สนใจ Ronaldo อย่างจริงจังและนักเตะเคยมาที่สโมสร ก่อน Manchester United จะคว้าตัวจาก Sporting CP ในปี 2003 อย่างไรก็ตาม ไม่ควรอธิบายว่า Ronaldo เซ็นสัญญากับ Arsenal เรียบร้อยแล้ว เพราะการย้ายทีมไม่เคยเสร็จสมบูรณ์
ทำไม Arsenal ยื่น £40 ล้าน + £1 ซื้อ Luis Suárez?
Arsenal เชื่อว่าการเสนอเงินสูงกว่า 40 ล้านปอนด์จะทำให้เงื่อนไขในสัญญาของ Suárez มีผล แต่เงื่อนไขดังกล่าวไม่ได้บังคับ Liverpool ให้ขายนักเตะ Liverpool จึงสามารถปฏิเสธข้อเสนอ £40,000,001 ได้
Arsenal เคยยื่นซื้อ Raphinha จริงหรือไม่?
จริง BBC รายงานในเดือนมิถุนายน 2022 ว่า Arsenal ยื่นข้อเสนอให้ Leeds United สำหรับ Raphinha แต่ข้อเสนอต่ำกว่ามูลค่าที่ Leeds ต้องการ หลังจากนั้น Barcelona สามารถตกลงซื้อเขาได้ และนักเตะเลือกย้ายไปเล่นในสเปน
Arsenal เข้าใกล้การซื้อ Mykhailo Mudryk แค่ไหน?
Arsenal เจรจากับ Shakhtar Donetsk อย่างจริงจังในเดือนมกราคม 2023 และมีการยื่นข้อเสนอ แต่ทั้งสองสโมสรไม่สามารถตกลงมูลค่าดีลได้ สุดท้าย Chelsea เข้ามาเจรจาและซื้อ Mudryk ด้วยดีลที่มีมูลค่ารวมสูงสุดประมาณ 100 ล้านยูโร
นักเตะคนไหนที่ Arsenal พลาดแล้วน่าเสียดายที่สุด?
Cristiano Ronaldo เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุดเมื่อพิจารณาจากเส้นทางอาชีพหลังจากนั้น เพราะเขาพัฒนาขึ้นเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่ Luis Suárez เป็นอีกกรณีสำคัญ เนื่องจาก Arsenal ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการและนักเตะต้องการย้ายออกจาก Liverpool ในเวลานั้น