นักเตะที่เคยย้ายจากเชลซีมาอาร์เซนอล ย้อนรอยดีลดังจากอดีตถึงปัจจุบัน

นักเตะที่เคยย้ายจากเชลซีมาอาร์เซนอล

ถ้ามองจากความเป็นคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน เชลซีกับอาร์เซนอลไม่น่าจะเป็นคู่ค้าที่ติดต่อกันบ่อยนัก แต่ตลาดซื้อขายนักเตะไม่ได้เดินตามความรู้สึกของแฟนบอลเสมอไป นักเตะที่หมดโอกาสกับทีมหนึ่งอาจกลายเป็นคำตอบของอีกทีมได้ บางคนยังต้องกลับมาเจอทีมเก่าในเสื้อปืนใหญ่

เรื่องราวเหล่านี้มีทั้งดีลที่แฟนบอลจดจำอย่าง วิลเลียม กัลลาส ซึ่งย้ายสวนทางกับ แอชลีย์ โคล, การเปลี่ยนสโมสรช่วงปลายอาชีพของ ปีเตอร์ เช็ก และค่าตัว 65 ล้านปอนด์ที่ อาร์เซนอล ยอมจ่ายเพื่อคว้า ไค ฮาแวร์ตซ์ ในปี 2023 ทว่าไม่ใช่ทุกคนที่ลงเอยสวยงาม บางรายอยู่เพียงไม่กี่เดือน

บทความนี้ย้อนดู นักเตะที่เคยย้ายจากเชลซีมาอาร์เซนอล โดยตรงในยุคพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ปี 2006 จนถึงการเสริมทัพปี 2025 ทั้งแบบซื้อขาด ย้ายฟรี และยืมตัว พร้อมพิจารณาบทบาทและความคุ้มค่าของแต่ละดีล

นักเตะที่ย้ายจาก Chelsea มา Arsenal มีใครบ้าง?

ในรายชื่อ ตลาดซื้อขายนักเตะอาร์เซนอล 11 คนนี้ มีตั้งแต่กองหลังที่เคยเป็นกัปตันทีม ผู้รักษาประตูเจ้าของรางวัล Golden Glove ไปจนถึงปีกที่ย้ายมาเพื่อเพิ่มการแข่งขันกับแนวรุกชุดปัจจุบัน

นักเตะ

ปีที่ย้าย

ลักษณะดีล

ภาพรวมกับอาร์เซนอล

William Gallas

2006

ข้อตกลงเกี่ยวกับ Ashley Cole

ตัวหลักและอดีตกัปตัน

Lassana Diarra

2007

ซื้อขาด

ย้ายออกหลังราวห้าเดือน

Yossi Benayoun

2011

ยืมตัว

ช่วยทีมจบอันดับสาม

Petr Čech

2015

ซื้อขาด

Golden Glove และแชมป์ FA Cup

David Luiz

2019

ซื้อขาด

แชมป์ FA Cup 2019/20

Willian

2020

ย้ายฟรี

แยกทางหลังหนึ่งฤดูกาล

Jorginho

2023

ซื้อขาด

เพิ่มประสบการณ์แดนกลาง

Kai Havertz

2023

ซื้อขาด

พัฒนาเป็นกำลังหลักแนวรุก

Raheem Sterling

2024

ยืมตัว

ไม่ได้ยึดตำแหน่งตัวจริง

Kepa Arrizabalaga

2025

ซื้อขาด

เพิ่มตัวเลือกผู้รักษาประตู

Noni Madueke

2025

ซื้อขาด

เพิ่มการแข่งขันริมเส้น

เป้าหมายของแต่ละดีลต่างกัน เช็กย้ายมาเพื่อเป็นมือหนึ่งทันที ขณะที่เกปาเข้ามาแข่งขันกับ ดาบิด รายา ส่วนฮาแวร์ตซ์เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในผู้เล่นที่ยังอยู่ช่วงสำคัญของอาชีพ ความคุ้มค่าจึงไม่ได้วัดจากค่าตัวหรือจำนวนประตูเท่านั้น

William Gallas และ Lassana Diarra จุดเริ่มต้นของการซื้อจากเชลซี

William Gallas (2006): กองหลังที่มากับดีล Ashley Cole

ฤดูร้อนปี 2006 อาร์เซนอลกำลังเริ่มต้นชีวิตที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ขณะที่เรื่องอนาคตของ แอชลีย์ โคล กับสโมสรยืดเยื้อมาพักใหญ่ ท้ายที่สุดโคลย้ายไปเชลซี ส่วน william gallas ย้ายสวนทางมา

กัลลาสไม่ใช่นักเตะที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองมากนัก เขาเคยคว้าแชมป์ลีกสองสมัยกับเชลซี และเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็กกับแบ็กซ้าย อาร์แซน เวนเกอร์ ให้ความไว้วางใจถึงขั้นแต่งตั้งเขาเป็นกัปตันทีมหลัง เธียร์รี อองรี ย้ายออกในปีถัดมา

อย่างไรก็ดี ภาพกัลลาสนั่งอยู่กลางสนามหลังเกมเสมอเบอร์มิงแฮมในปี 2008 กลับถูกจดจำพอ ๆ กับผลงานเกมรับ เหตุการณ์นั้นและปัญหาภายในทีมในเวลาต่อมาทำให้เขาเสียปลอกแขนกัปตัน ก่อนอำลาในปี 2010 หากตัดสินเฉพาะฝีเท้า เขาช่วยอาร์เซนอลได้ไม่น้อย แต่เมื่อมองความสำเร็จของโคลที่เชลซี ดีลแลกตัวครั้งนี้ย่อมชวนให้แฟนปืนใหญ่รู้สึกเสียดาย

Lassana Diarra (2007): ได้ตัวมา แต่ไม่มีที่ให้เล่น

lassana diarra ย้ายตามมาอีกหนึ่งปี เขามีความคล่องตัว เข้าปะทะดี และเล่นได้ทั้งกองกลางรับกับฟูลแบ็ก ทว่าแดนกลางอาร์เซนอลขณะนั้นมี เชสก์ ฟาเบรกาส, มาติเยอ ฟลามินี และ จิลแบร์โต ซิลวา อยู่แล้ว

โอกาสลงสนามจึงยังจำกัด ดิยาร์ราลงเล่นในพรีเมียร์ลีกให้อาร์เซนอลเพียงเจ็ดนัด ก่อนย้ายไปพอร์ตสมัทในเดือนมกราคม 2008 และช่วยทีมใหม่คว้า FA Cup ในฤดูกาลนั้น ต่อมาเขายังได้เล่นกับเรอัล มาดริดด้วย ซัมเมอร์ที่อาร์เซนอลได้ตัวเขามาจึงไม่ใช่การประเมินฝีเท้าผิด แต่เป็นการประเมินพื้นที่ในทีมผิดมากกว่า

Yossi Benayoun และ Petr Čech ประสบการณ์ที่เข้ามาช่วยทีม

Yossi Benayoun (2011): สัญญายืมในวันที่ทีมต้องการคนพร้อมเล่น

อาร์เซนอลเสียทั้งฟาเบรกาสและ ซามีร์ นาสรี ในตลาดซัมเมอร์ 2011 การหาตัวเลือกที่เล่นเกมรุกได้หลายตำแหน่งจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน เวนเกอร์เลือกยืม yossi benayoun จากเชลซี ซึ่งตอนนั้นไม่ได้มีโอกาสลงสนามต่อเนื่อง หลังย้ายมาจากลิเวอร์พูลและเผชิญปัญหาบาดเจ็บ

เบนายูนไม่ได้ทำให้แฟนบอลตื่นเต้นเหมือนการซื้อดาวดัง แต่การวิ่งหาพื้นที่ ความเข้าใจเกม และความขยันช่วยทีมได้ในจังหวะที่จำเป็น เขายิงสี่ประตูจาก 19 นัดในลีก ช่วยทีมจบอันดับสาม

ไม่มีการซื้อขาด แต่ดีลก็ทำหน้าที่สำเร็จแล้ว อาร์เซนอลต้องการกำลังเสริมระยะสั้น ไม่ใช่ผู้เล่นที่จะเปลี่ยนโครงสร้างทีมไปอีกหลายปี

Petr Čech (2015): จากมือหนึ่งเชลซีสู่ความหวังในกรอบเขตโทษ

การมาถึงของ ปีเตอร์ เช็ก แตกต่างออกไป เขาเป็นตำนานเชลซีที่ผ่านทั้งแชมป์ลีกสี่สมัยและแชมเปียนส์ลีก แต่เมื่อ ติโบต์ กูร์กตัวส์ กลับมารับตำแหน่งมือหนึ่ง เช็กก็ต้องเลือกระหว่างการนั่งสำรองกับการลงเล่นต่อเนื่อง

อาร์เซนอลคว้าตัวเขาในปี 2015 และเห็นผลตอบแทนอย่างรวดเร็ว ฤดูกาลแรกเช็กเก็บ 16 คลีนชีต คว้ารางวัล Premier League Golden Glove ต่อมาเขายังอยู่ในทีมชุดแชมป์ FA Cup 2016/17 ก่อนแขวนถุงมือในปี 2019 หลังเกมยูโรปาลีกรอบชิงชนะเลิศที่พบเชลซี

เช็กมีข้อจำกัดเรื่องการขึ้นเกมด้วยเท้าในช่วงท้าย ทว่าประสบการณ์ของเขาช่วยแนวรับได้จริง

David Luiz และ Willian สองแข้งบราซิลกับผลลัพธ์คนละทาง

David Luiz (2019): มีทั้งจังหวะพลาดและเกมที่น่าจดจำ

ดาวิด ลุยซ์ ย้ายมาในช่วงท้ายตลาดปี 2019 เขามีจุดเด่นเรื่องจ่ายบอลยาวจากแนวหลัง ซึ่งกลายเป็นคุณสมบัติที่มีประโยชน์เมื่อ มิเกล อาร์เตตา เข้ามาคุมทีมในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน

แน่นอนว่าความกล้าเล่นก็มีต้นทุน ลุยซ์มีจังหวะเข้าสกัดผิดพลาดและถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง แต่เกมรอบรองชนะเลิศ FA Cup 2019/20 ที่อาร์เซนอลเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นหนึ่งในคืนที่เขาแสดงผลงานเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม จากนั้นปืนใหญ่ชนะเชลซีในรอบชิงและคว้าแชมป์

เมื่อเขาอำลาในปี 2021 เสียงวิจารณ์ยังคงมีอยู่ ทว่าการมองว่าเป็นดีลล้มเหลวทั้งหมดก็คงไม่ยุติธรรม เพราะเขามีส่วนกับหนึ่งในถ้วยรางวัลสำคัญของยุคเริ่มต้นอาร์เตตา

Willian (2020): คำว่า ‘ฟรี’ ที่ไม่ได้ฟรีทุกอย่าง

วิลเลียนหมดสัญญากับเชลซีในปี 2020 หลังเล่นให้ทีมถึงเจ็ดฤดูกาล อาร์เซนอลมอบสัญญาสามปีให้เขา โดยหวังใช้ความเก๋าและความสามารถในการเล่นริมเส้นมาเพิ่มความหลากหลาย

นัดเปิดตัวกับฟูแลมเป็นไปอย่างสวยงาม วิลเลียนทำสองแอสซิสต์ในเกมชนะ 3-0 แต่หลังจากนั้นเขาไม่สามารถรักษามาตรฐานได้ ทั้งความเร็วในจังหวะดวลตัวต่อตัวและการสร้างโอกาสลดลงจากที่เคยเห็นในเสื้อเชลซี สุดท้ายทั้งสองฝ่ายตกลงยุติสัญญาก่อนกำหนดในปี 2021

อาร์เซนอลไม่เสียค่าตัว แต่ต้องเสียค่าเหนื่อยและช่องว่างในทีมให้กับผู้เล่นที่ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้มากพอ การเซ็นนักเตะแบบฟรีเอเยนต์จึงไม่ได้แปลว่าปราศจากความเสี่ยง

Jorginho กองกลางที่ช่วยอาร์เซนอลคุมจังหวะเกม

มกราคม 2023 อาร์เซนอลกำลังลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกและต้องการเสริมแดนกลาง สโมสรพยายามคว้า มอยเซส ไกเซโด จากไบรตัน แต่เมื่อการเจรจาไม่สำเร็จ จอร์จินโญ กลายเป็นทางเลือกที่ปิดดีลได้ด้วยค่าตัวประมาณ 12 ล้านปอนด์

อดีตกองกลางเชลซีรายนี้มีดีกรีแชมป์แชมเปียนส์ลีกและยูโรกับทีมชาติอิตาลี เขาอาจไม่ได้วิ่งเร็วหรือเล่นลูกปะทะโดดเด่นที่สุด แต่มีความละเอียดในการรับบอล หันหน้าออกจากการเพรส และเลือกจังหวะส่งต่อให้เพื่อนร่วมทีม

อาร์เตต้า ไม่จำเป็นต้องส่งจอร์จินโญเป็นตัวจริงทุกสัปดาห์ เขาเป็นอีกวิธีหนึ่งในการแก้เกม วันที่ทีมต้องการเก็บบอลให้นานขึ้นหรือประคองจังหวะในช่วงท้าย ผู้เล่นแบบนี้มีประโยชน์มากกว่าที่ตัวเลขประตูจะอธิบายได้

จอร์จินโญอำลาไปฟลาเมงโกในปี 2025 พร้อมภาพจำของนักเตะประสบการณ์สูงที่ช่วยทีมในสนามและห้องแต่งตัว เมื่อเทียบเงินลงทุนกับหน้าที่ที่เขาได้รับ ดีลนี้ถือว่าตอบโจทย์ แม้ไม่ได้สร้างกระแสเหมือนการคว้าซูเปอร์สตาร์

Kai Havertz ดีลราคาแพงที่ค้นพบบทบาทใหม่กับอาร์เซนอล

ตอนอาร์เซนอลยอมจ่ายราว 65 ล้านปอนด์ซื้อ ไค ฮาแวทซ์ ในปี 2023 หลายคนสงสัยว่าคุ้มจริงหรือ แม้เขายิงประตูชัยนัดชิงแชมเปียนส์ลีกให้เชลซีในปี 2021 แต่ผลงานในลีกไม่ได้สม่ำเสมอ และตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดก็ยังเป็นคำถาม

มิเกล อาร์เตตา เริ่มต้นด้วยการให้ฮาแวร์ตซ์เล่นกองกลางฝั่งซ้าย ผลงานช่วงแรกไม่ไหลลื่นนัก กระทั่งเมื่อได้ขยับขึ้นไปอยู่ใกล้กรอบเขตโทษมากขึ้น คุณสมบัติของเขาจึงเด่นชัด ทั้งการวิ่งสอดหลังแนวรับ การพักบอลกลางอากาศ และการเคลื่อนตัวเปิดพื้นที่ให้คนอื่น

ตัวเลข 13 ประตูกับ 7 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก 2023/24 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการนั้น ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เขายังยิงประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บใส่เชลซี ช่วยอาร์เซนอลชนะ 1-0 ในคาราบาวคัพรอบรองชนะเลิศนัดสอง และผ่านเข้าชิงด้วยสกอร์รวม 4-2

ความเปลี่ยนแปลงของฮาแวร์ตซ์ไม่ใช่เรื่องนักเตะคนหนึ่งกลับมายิงประตูได้เท่านั้น อาร์เซนอลมองเห็นบทบาทที่ต่างจากการใช้งานในช่วงท้ายกับเชลซี และค่อย ๆ สร้างทีมให้ใช้จุดแข็งเหล่านั้นได้เต็มขึ้น นี่จึงเป็นดีลที่ควรดูทั้งผลผลิตในสนามและความเหมาะสมกับระบบ

Raheem Sterling ความหวังในการคืนฟอร์มที่ไม่เป็นอย่างคิด

การยืม ราฮีม สเตอร์ลิง จากเชลซีในฤดูกาล 2024/25 ดูมีเหตุผลไม่น้อย เขาเคยคว้าแชมป์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รู้จักการทำงานของอาร์เตตาตั้งแต่สมัยอยู่กับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา และเล่นได้ทั้งสองฝั่งของแนวรุก

แต่ความคุ้นเคยไม่ได้ทำให้ฟอร์มเก่ากลับมาโดยอัตโนมัติ สเตอร์ลิงลงเล่นพรีเมียร์ลีก 17 นัด โดยส่วนใหญ่ออกสตาร์ตจากม้านั่งสำรอง ยิงไม่ได้เลย และไม่สามารถเบียดเข้าไปเป็นกำลังหลักในแนวรุกได้

เมื่อจบฤดูกาล อาร์เซนอลไม่ซื้อขาดและเขากลับไปเชลซี ดีลนี้ไม่สร้างความเสียหายระยะยาวแบบสัญญาถาวรหลายปี แต่ก็ไม่ได้เติมคุณภาพในสนามตามที่หวังไว้ เช่นเดียวกับวิลเลียน ชื่อเสียงเดิมจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

Kepa Arrizabalaga และ Noni Madueke สองแนวทางเสริมทัพปี 2025

Kepa Arrizabalaga (2025): ค่าตัวเล็กลง บทบาทชัดขึ้น

เชลซีเคยจ่ายราว 71 ล้านปอนด์เพื่อซื้อ เกปา อาร์ริซาบาลากา จากแอธเลติก บิลเบาในปี 2018 จนกลายเป็นผู้รักษาประตูแพงที่สุดในโลกเวลานั้น แต่เมื่ออาร์เซนอลคว้าตัวเขาในปี 2025 ค่าตัวเหลือประมาณ 5 ล้านปอนด์

เกปาผ่านการยืมตัวกับเรอัล มาดริดและบอร์นมัธ ก่อนเข้ามาแข่งขันกับ ดาบิด รายา ที่อาร์เซนอล เป้าหมายไม่ใช่การเปลี่ยนมือหนึ่งโดยฉับพลัน แต่เพื่อให้ทีมมีผู้รักษาประตูที่ผ่านเกมใหญ่และพร้อมรับหน้าที่เมื่อได้รับโอกาส การวัดความคุ้มค่าต้องดูคุณภาพเมื่อถูกเรียกใช้งาน

Noni Madueke (2025): ซื้ออนาคตมากกว่าประสบการณ์

โนนี มาดูเอเก ย้ายมาในตลาดเดียวกันด้วยค่าตัวเริ่มต้นประมาณ 48.5 ล้านปอนด์ ปีกอังกฤษเคยพัฒนาฝีเท้าที่พีเอสวี ก่อนกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกกับเชลซีและคว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ลีก 2024/25

ความเร็ว การเลี้ยงดวลฟูลแบ็ก และความถนัดเท้าซ้ายเป็นสิ่งที่อาร์เซนอลต้องการเพิ่ม โดยเฉพาะเมื่อ บูกาโย ซากา ต้องรับภาระลงสนามต่อเนื่อง มาดูเอเกไม่ได้ถูกซื้อมาเพียงเพื่อเป็นตัวสำรอง แต่เพื่อสร้างการแข่งขันและเพิ่มรูปแบบการโจมตีให้ทีม

เขาเป็นส่วนหนึ่งของขุมกำลังชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 และในเดือนตุลาคม 2026 ยังลงจากม้านั่งมายิงประตูชัยใส่น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ผลงานเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ด้วยค่าตัวระดับนี้ บทตัดสินระยะยาวยังขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอและพัฒนาการของเขาเอง

สรุป จากเชลซีมาอาร์เซนอล ดีลไหนทิ้งผลงานไว้มากที่สุด?

ถ้าเลือกจากผลตอบแทนในช่วงแรก ปีเตอร์ เช็ก คือชื่อที่นึกถึงได้ทันที เขาเติมความแน่นอนให้ตำแหน่งผู้รักษาประตูและมีทั้งรางวัลส่วนตัวกับถ้วยรางวัลติดมือ ส่วน ดาวิด ลุยซ์ แม้มีข้อผิดพลาด แต่ก็ร่วมทีมชุดแชมป์ FA Cup และผ่านเกมสำคัญมาไม่น้อย

ดีลของ จอร์จินโญ น่าสนใจอีกแบบ เพราะเขาไม่ได้ถูกซื้อมาเพื่อเป็นดาวเด่น แต่ช่วยให้แดนกลางมีทางเลือกในวันที่ทีมต้องคุมจังหวะเกม ขณะที่ ไคฮาแวทซ์ เป็นกรณีเด่นของการย้ายทีมแล้วค้นพบบทบาทที่เหมาะสมกว่าเดิม

ส่วน ดิยาร์รา, วิลเลียน และสเตอร์ลิงเตือนว่าไม่ใช่ทุกชื่อดังจากสแตมฟอร์ด บริดจ์จะเข้ากับ สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล ได้ทันที เกปากับมาดูเอเกซึ่งย้ายมาในปี 2025 ก็มีโจทย์ต่างกันชัดเจน คนหนึ่งช่วยเพิ่มความลึกของตำแหน่ง อีกคนเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับแนวรุกในระยะยาว

สุดท้าย สิ่งสำคัญไม่ใช่การดึงนักเตะมาจากคู่แข่งได้หรือไม่ แต่อาร์เซนอลรู้หรือเปล่าว่าจะให้เขาทำอะไร

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนักเตะที่ย้ายจากเชลซีมาอาร์เซนอล

นักเตะที่ย้ายจากเชลซีมาอาร์เซนอลมีใครบ้าง?

รายชื่อที่บทความนี้รวบรวมมี วิลเลียม กัลลาส, ลาสซานา ดิยาร์รา, ยอสซี เบนายูน, ปีเตอร์ เช็ก, ดาวิด ลุยซ์, วิลเลียน, จอร์จินโญ, ไค ฮาแวร์ตซ์, ราฮีม สเตอร์ลิง, เกปา อาร์ริซาบาลากา และโนนี มาดูเอเก โดยรวมทั้งดีลถาวรและสัญญายืมตัว

ใครมีค่าตัวย้ายจากเชลซีมาอาร์เซนอลสูงที่สุดในรายชื่อนี้?

ไค ฮาแวร์ตซ์ ย้ายในปี 2023 ด้วยค่าตัวประมาณ 65 ล้านปอนด์ ส่วนมาดูเอเกมีค่าตัวเริ่มต้นราว 48.5 ล้านปอนด์ในปี 2025

ปีเตอร์ เช็กประสบความสำเร็จกับอาร์เซนอลหรือไม่?

เช็กคว้า Golden Glove ฤดูกาล 2015/16 จาก 16 คลีนชีต และเป็นสมาชิกทีมแชมป์ FA Cup 2016/17 จึงถือว่ามีผลงานตามที่ทีมคาดหวังในช่วงแรก

ราฮีม สเตอร์ลิงย้ายมาอาร์เซนอลถาวรหรือไม่?

ไม่ใช่ เขาย้ายมาแบบยืมตัวในฤดูกาล 2024/25 และกลับเชลซีเมื่อหมดสัญญา โดยไม่มีการซื้อขาด

แอชลีย์ โคล และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ อยู่ในรายชื่อนี้หรือไม่?

ไม่อยู่ เพราะทั้งคู่ย้ายจากอาร์เซนอลไปเชลซี ซึ่งเป็นคนละทิศทางกับรายชื่อที่บทความนี้รวบรวม