อาร์เซนอลเฉือนฟอเรสต์ 1-0 มาดูเอเกซัดชัยท้ายเกม จี้แมนซิตี้ 3 แต้ม
อาร์เซนอลเฉือนฟอเรสต์ 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 ที่สนามซิตี้ กราวด์ หลัง โนนี มาดูเอเก ลงมาเป็นตัวสำรองและยิงประตูชัยในนาที 80 ช่วยให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เก็บสามคะแนน พร้อมรักษาระยะห่างจากจ่าฝูงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไว้ที่ 3 คะแนน
เกมนี้ อาร์เซนอล ครองบอลได้มากกว่า แต่เจาะแนวรับฟอเรสต์ไม่สำเร็จในครึ่งแรก ก่อนอาร์เตต้าจะปรับผู้เล่นหลายตำแหน่งระหว่างการแข่งขัน กระทั่งมาดูเอเกยิงบอลแฉลบกองหลังเจ้าถิ่นเข้าประตูในช่วงท้ายเกม
ชัยชนะทำให้ปืนใหญ่มี 18 คะแนนจาก 7 นัด รั้งอันดับสองของพรีเมียร์ลีก ขณะที่ฟอเรสต์ยังไม่สามารถทำประตูในเกมลีกที่ซิตี้ กราวด์ได้ในฤดูกาลนี้ และหล่นลงไปอยู่ในโซนตกชั้นหลังพลาดโอกาสเก็บคะแนนจากการเล่นในบ้านอีกครั้ง
อัปเดตล่าสุด: 19 ตุลาคม 2569
มาดูเอเกยิงประตูชัยนาที 80 พาอาร์เซนอลเก็บสามคะแนน
อาร์เซนอลได้ประตูสำคัญในนาที 80 เมื่อมาดูเอเกรับบอลทางฝั่งซ้าย ก่อนเลี้ยงตัดเข้าด้านในและยิงจากบริเวณหน้าเขตโทษ บอลไปแฉลบ ฌาอีร์ กุนญา กองหลังฟอเรสต์ เปลี่ยนทางผ่าน มัตซ์ เซลส์ ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นเข้าประตู ส่งให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0
ข่าวอาร์เซนอล มาดูเอเกไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง โดยอาร์เตต้าส่งเขาลงสนามแทน เอเบเรชี เอเซ ตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง หลังทีมยังไม่สามารถทำประตูได้ตลอด 45 นาทีแรก ก่อนแนวรุกทีมชาติอังกฤษจะกลายเป็นผู้ทำประตูตัดสินการแข่งขัน
ลูกยิงดังกล่าวเป็นจังหวะยิงตรงกรอบเพียงครั้งเดียวของอาร์เซนอลตลอดทั้งเกม แม้ทีมเยือนจะพยายามสร้างโอกาสหลายครั้งก่อนหน้านั้น โดยปืนใหญ่สามารถรักษาความได้เปรียบในช่วงเวลาที่เหลือ และคว้าชัยชนะกลับออกจากซิตี้ กราวด์ได้สำเร็จ
ฟอเรสต์ต้านอาร์เซนอลได้ในครึ่งแรก ก่อนมีการปรับทีม
ช่วงครึ่งแรก ทีมอาร์เซนอล เป็นฝ่ายครองบอลและพยายามหาช่องเข้าทำ แต่ฟอเรสต์จัดแนวรับได้อย่างรัดกุม เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูในนาที 19 เมื่อ ริคคาร์โด คาลาฟิออรี เสียบอล ก่อน ดาน เอ็นดอย ได้ยิงเข้าข้างตาข่าย ขณะที่ทีมเยือนมีโอกาสในนาที 26 จากจังหวะของ กาเบรียล มากัลเญส แต่ อุสมาน ดิโอม็องเด ช่วยสกัดบอลบริเวณหน้าประตูเอาไว้ได้
นาที 37 เดแคลน ไรซ์ เปิดฟรีคิกให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ขึ้นโหม่ง แต่บอลหลุดกรอบออกไป ทำให้ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 เมื่อจบครึ่งแรก หลังพักครึ่งฟอเรสต์ยังสร้างโอกาสได้จาก เลียม ดีแลป ในนาที 54 ก่อนที่อาร์เซนอลจะเปลี่ยนผู้เล่นอีกสามคนในนาที 66 โดยส่ง เยอร์เรียน ทิมเบอร์, วิคตอร์ เยอเคเรส และ มิเกล เมริโน ลงสนาม
หลังเสียประตู ฟอเรสต์เร่งเกมเพื่อหวังตีเสมอ นาที 89 คริส วูด ได้ยิงแต่ไรซ์ช่วยบล็อกไว้ได้ ก่อนที่ มูริลโล จะเลี้ยงบอลขึ้นมาและยิงเฉียดกรอบในนาที 90+2 จากนั้น เอซรี คอนซา ยังเข้ามาสกัดจังหวะของดีแลปได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้อาร์เซนอลรักษาสกอร์จนจบการแข่งขัน
อาร์เตต้ายอมรับเกมสูสี ขณะที่กลาสเนอร์เสียดายโอกาสฟอเรสต์
หลังจบการแข่งขัน อาร์เตต้า ยอมรับว่าอาร์เซนอลคาดไว้แล้วว่าเกมกับฟอเรสต์จะมีความแตกต่างระหว่างสองทีมไม่มากนัก โดยเฉพาะหากไม่สามารถทำประตูได้ตั้งแต่ช่วงต้นเกม เนื่องจากเจ้าถิ่นจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป
กุนซือชาวสเปนอธิบายว่าลูกทีมต้องรักษาความอดทนและไม่ปล่อยให้ความหงุดหงิดส่งผลต่อการเล่น พร้อมยอมรับว่าอาร์เซนอลมีโอกาสอย่างน้อยสามครั้งที่ควรยิงตรงกรอบ และบางจังหวะควรเปลี่ยนเป็นประตูได้ โดยเน้นว่าทีมจำเป็นต้องมีความเฉียบคมมากกว่านี้
ด้าน โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีมฟอเรสต์ แสดงความผิดหวังกับผลการแข่งขัน แม้พอใจกับผลงานเกมรับของลูกทีม โดยมองว่าทีมจำกัดโอกาสยิงตรงกรอบของอาร์เซนอลได้ดี แต่ยอมรับว่าการพบกับทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกจำเป็นต้องใช้โอกาสทำประตูให้คุ้มค่า ซึ่งฟอเรสต์ยังทำไม่ได้ในนัดนี้
อาร์เซนอลรั้งอันดับสอง ส่วนฟอเรสต์หล่นโซนตกชั้น
สามคะแนนจากเกมนี้ทำให้อาร์เซนอลเก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 6 จากการลงสนาม 7 เกมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026/27 มีคะแนนรวม 18 แต้ม ตามหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ชนะอิปสวิช ทาวน์ 3-2 ไปก่อนหน้านี้ และมี 21 คะแนนจากจำนวนเกมเท่ากัน
ส่วนฟอเรสต์มีเพียง 5 คะแนน และหล่นลงไปอยู่ในโซนตกชั้น หลังไม่สามารถเก็บผลการแข่งขันตามต้องการได้ แม้จะมีโอกาสยิงมากกว่าอาร์เซนอล นอกจากนี้ ทีมยังไม่สามารถทำประตูในบ้านได้เลยในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
ผลงานดังกล่าวทำให้ สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล ยังอยู่ในกลุ่มบนของตาราง ขณะที่ฟอเรสต์ต้องพยายามเก็บคะแนนเพิ่มจากโปรแกรมที่เหลือ โดยเฉพาะเกมในบ้านซึ่งยังไม่มีประตูเกิดขึ้นจากฝั่งเจ้าถิ่นตลอดช่วงต้นฤดูกาล
สถิติชี้อาร์เซนอลครองบอลมากกว่า แต่ยิงตรงกรอบเพียงครั้งเดียว
อาร์เซนอลเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าอย่างชัดเจนในเกมบุกชนะน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 แต่เจ้าถิ่นกลับมีโอกาสยิงประตูมากกว่า โดยสถิติสำคัญหลังจบการแข่งขันมีดังนี้
- การครองบอล: อาร์เซนอล 73.8% – ฟอเรสต์ 26.2%
- โอกาสยิง: อาร์เซนอล 9 ครั้ง – ฟอเรสต์ 14 ครั้ง
- ยิงตรงกรอบ: อาร์เซนอล 1 ครั้ง – ฟอเรสต์ 2 ครั้ง
- ค่าประตูที่คาดหวัง (xG): อาร์เซนอล 1.07 – ฟอเรสต์ 0.90
- ลูกเตะมุม: อาร์เซนอล 6 ครั้ง – ฟอเรสต์ 8 ครั้ง
แม้จะครองบอลเป็นส่วนใหญ่ แต่อาร์เซนอลต้องรอจนถึงนาที 80 กว่าจะได้ประตูจากลูกยิงของ โนนี มาดูเอเก ที่แฉลบกองหลังฟอเรสต์เข้าประตู ขณะที่เจ้าถิ่นไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสยิงที่มีมากกว่าให้เป็นประตูได้ ส่งผลให้ทีมเยือนเก็บสามคะแนนกลับออกจากซิตี้ กราวด์
สิ่งที่ต้องติดตามต่อหลังอาร์เซนอลชนะฟอเรสต์ 1-0
หลังจบเกมกับฟอเรสต์ อาร์เซนอลมีโปรแกรมบุกเยือนบาเยิร์น มิวนิค ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบลีกเฟส นัดที่สาม วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่สนามอัลลิอันซ์ อารีนา โดยการแข่งขันเริ่มเวลา 20.00 น. ตามเวลาอังกฤษ หรือ 02.00 น. ของวันที่ 22 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย
ปืนใหญ่เก็บชัยชนะสองนัดแรกในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ หลังบุกชนะนาโปลี 1-0 ก่อนเปิดบ้านเอาชนะลีลล์ 3-0 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ทำให้มี 6 คะแนนเต็มก่อนเดินทางไปเยอรมนี ขณะที่บาเยิร์นมีโปรแกรมเปิดบ้านรับมืออาร์เซนอลหลังเสมอไวกิง 3-3 ในเกมยุโรปนัดที่ผ่านมา
จากนั้นทีมของ มิเกล อาร์เตต้า จะกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกด้วยการเปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม พบเอฟเวอร์ตันในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม โดยสิ่งที่ต้องติดตามคือการเลือกผู้เล่นตัวจริงในเกมกับบาเยิร์น โดยเฉพาะบทบาทของมาดูเอเกและเอเซ หลังทั้งสองคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนตัวในเกมที่ซิตี้ กราวด์
ที่มา: Sky Sports (18 ตุลาคม 2569) และ UEFA (18 ตุลาคม 2569)
บทความแนะนำสำหรับแฟนอาร์เซนอล: อาร์เซนอลเตรียมลดพนักงานสูงสุด 60 ตำแหน่ง อาร์เตต้าเผยเหตุผลเบื้องหลัง