อาร์เซนอลบุกเฉือนสลาเวีย ปราก 2-1 เยอเคเรสยิง 1 จ่าย 1

อาร์เซนอลบุกเฉือนสลาเวีย ปราก 2-1

อาร์เซนอลบุกชนะสลาเวีย ปราก 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบลีกเฟส นัดที่สี่ ที่สนามฟอร์ทูน่า อารีนา เมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569 โดย วิคตอร์ เยอเคเรส ยิง 1 ประตูและทำ 1 แอสซิสต์ ช่วยให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เก็บสามคะแนนจากการบุกเยือนสาธารณรัฐเช็ก

ปืนใหญ่ขึ้นนำจาก โนนี มาดูเอเก ในนาที 9 ก่อนเยอเคเรสยิงเพิ่มในนาที 38 ทำให้ทีมเยือนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0 อย่างไรก็ตาม สลาเวียกลับมาสร้างโอกาสอย่างต่อเนื่องหลังพักครึ่ง และได้ประตูตีตื้นจาก วิคเตอร์ โนวัค ในนาที 90

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ อาร์เซนอล มี 10 คะแนนจากการแข่งขัน 4 นัด ขึ้นสู่อันดับสามของตารางแชมเปียนส์ลีก รอบลีกเฟส พร้อมยืดสถิติไม่แพ้ใครในรายการเป็น 19 นัดติดต่อกัน โดยโปรแกรมต่อไปคือการเปิดบ้านพบฮัลล์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกวันที่ 7 พฤศจิกายน

อัปเดตล่าสุด: 5 พฤศจิกายน 2569

มาดูเอเกยิงนาที 9 หลังเยอเคเรสจ่ายบอลให้หลุดเข้าไปยิง

ข่าว อาร์เซนอล เริ่มเกมได้ดีและมีโอกาสขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นการแข่งขัน เมื่อ ดาบิด รายา เปิดบอลยาวจากแดนหลังไปให้ วิคตอร์ เยอเคเรส ซึ่งขยับลงมารับบอลบริเวณกลางสนาม ก่อนกองหน้าทีมชาติสวีเดนจะพยายามสร้างจังหวะเข้าทำอย่างรวดเร็ว

เยอเคเรส พักบอลและจ่ายต่อไปทางขวาให้ โนนี มาดูเอเก วิ่งเข้าไปในพื้นที่ว่างด้านหลังแนวรับสลาเวีย ปราก ก่อนแนวรุกทีมชาติอังกฤษจะพาบอลเข้ากรอบเขตโทษและยิงผ่าน นาซาร์ ดอมชัก ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น ส่งอาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 ในนาที 9

ประตูดังกล่าวเป็นลูกที่สี่ของมาดูเอเกในแชมเปียนส์ลีก หลังเจ้าตัวไม่สามารถทำประตูในรายการนี้มาตลอด 10 นัดก่อนหน้า ขณะที่เยอเคเรสได้รับเครดิตแอสซิสต์จากจังหวะจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมหลุดเข้าไปทำประตู

เยอเคเรสยิงเพิ่มนาที 38 หลังเมริโนจ่ายทะลุช่อง

หลังได้ประตูแรก อาร์เซนอลยังเป็นฝ่ายสร้างโอกาสมากกว่า โดย มิเกล เมริโน ได้ยิงจากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่ดอมชักปัดบอลข้ามคาน ก่อนกองกลางชาวสเปนจะมีโอกาสโหม่งอีกครั้ง ทว่าบอลตกลงบนหลังตาข่าย ทำให้สลาเวียยังตามหลังเพียงประตูเดียว

นาที 38 ทีมเยือนมาได้ประตูที่สองจากจังหวะแย่งบอลกลับมาในแดนคู่แข่ง ก่อนเมริโนจะจ่ายทะลุช่องให้เยอเคเรสหลุดเข้าไปทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ กองหน้าวัย 28 ปีแต่งบอลและยิงผ่านดอมชักเข้าไปอย่างเฉียบขาด ส่งอาร์เซนอลนำห่าง 2-0

เยอเคเรสจบครึ่งแรกด้วยการมีส่วนร่วมโดยตรงกับทั้งสองประตู โดยผลงานนัดนี้ทำให้เขามีส่วนร่วมกับ 8 ประตูจากการออกสตาร์ต 10 นัดหลังสุดในทุกรายการ แบ่งเป็น 5 ประตูและ 3 แอสซิสต์ ก่อนอาร์เซนอลเข้าสู่ช่วงพักครึ่งด้วยความได้เปรียบสองประตู

สลาเวียเร่งเกมครึ่งหลัง ก่อนโนวัคยิงตีตื้นนาที 90

หลังพักครึ่ง สลาเวีย ปราก เปลี่ยนผู้เล่นสองตำแหน่งและเริ่มสร้างโอกาสทันที โดย ออสการ์ คูเบียก ได้ยิงจากนอกกรอบเขตโทษเพียงไม่กี่วินาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง แต่รายายังพุ่งป้องกันเอาไว้ได้ ก่อนเจ้าถิ่นจะเดินหน้ากดดันแนวรับอาร์เซนอลต่อเนื่อง

นาที 75 กาเบรียล มากัลเญส ต้องสกัดลูกโหม่งของ มอยเมียร์ คีทิล ออกจากเส้นประตู ก่อนที่นาที 83 รายาจะช่วยป้องกันลูกโหม่งของคูเบียก โดยปัดบอลไปชนเสาแล้วรับเอาไว้ได้ ทำให้อาร์เซนอลยังไม่เสียประตู แม้จะถูกบุกเข้าใส่หลายครั้งในครึ่งหลัง

กระทั่งนาที 90 สลาเวียมาได้ประตูจากจังหวะที่ ดาวิด ยูราเซ็ก เปิดบอลกลับเข้ากรอบเขตโทษ ก่อน วิคเตอร์ โนวัค จะยิงระยะใกล้ตีตื้นเป็น 1-2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเจ้าถิ่นยังมีโอกาสโหม่งของ สเตปัน ชาลูเป็ก และลูกยิงของ มิคูลาส โคเนชนี แต่ไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้

อาร์เตต้ายอมรับอาร์เซนอลเล่นครึ่งหลังต่ำกว่ามาตรฐาน

หลังจบการแข่งขัน อาร์เตต้า ยอมรับว่าผลงานของอาร์เซนอลแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างสองครึ่ง โดยมองว่าทีมเล่นได้ดีในช่วง 45 นาทีแรก และมีโอกาสมากพอที่จะทำได้สามหรือสี่ประตู แต่ไม่สามารถใช้โอกาสทั้งหมดที่สร้างขึ้นได้

กุนซือชาวสเปนอธิบายว่าเขาเตือนลูกทีมระหว่างพักครึ่งถึงความมุ่งมั่นของสลาเวียแล้ว แต่เมื่อเริ่มครึ่งหลัง อาร์เซนอลกลับเสียบอลง่ายและสกัดบอลไม่ดีหลายจังหวะ จนไม่สามารถรักษารูปแบบการเล่นและการครองบอลเหมือนช่วงต้นเกมได้ โดยเขามองว่านี่เป็นบทเรียนที่ทีมต้องนำไปปรับปรุง

ด้าน ดาบิด รายา ยอมรับว่าสลาเวียเพิ่มความเข้มข้นในการเพรสซิ่งจนทำให้อาร์เซนอลเจอปัญหา โดยเฉพาะการเสียบอลในพื้นที่เกมรุกและการเปลี่ยนจากรุกเป็นรับ แม้ผู้รักษาประตูชาวสเปนจะพอใจกับสามคะแนน แต่เห็นว่าทีมยังต้องปรับปรุงการควบคุมเกมเมื่อเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่ง

สถิติสลาเวียยิงมากกว่า แต่อาร์เซนอลเฉียบคมกว่า

แม้อาร์เซนอลจะครองบอลมากกว่า แต่สลาเวียสร้างโอกาสยิงได้ถึง 18 ครั้ง โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในครึ่งหลัง ขณะที่ทีมเยือนมีโอกาสยิง 12 ครั้ง และเปลี่ยนจังหวะสำคัญในครึ่งแรกเป็นสองประตู ก่อนรักษาความได้เปรียบจนจบการแข่งขัน

สถิติสำคัญ สลาเวีย ปราก 1-2 อาร์เซนอล

  • ครองบอล: สลาเวีย 44% – 56% อาร์เซนอล
  • ยิงทั้งหมด: สลาเวีย 18 – 12 อาร์เซนอล
  • ยิงตรงกรอบ: สลาเวีย 6 – 5 อาร์เซนอล
  • โอกาสทำประตูที่คาดหวัง (xG): สลาเวีย 2.11 – 1.49 อาร์เซนอล
  • เตะมุม: สลาเวีย 4 – 2 อาร์เซนอล

หมายเหตุ: ใช้ชุดสถิติจาก FotMob ซึ่งอาจแตกต่างจากผู้ให้บริการข้อมูลรายอื่นในบางรายการ

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสลาเวียสร้างโอกาสได้มากขึ้นหลังพักครึ่ง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้จนถึงนาทีสุดท้ายของเวลาปกติ ขณะที่อาร์เซนอลทำสองประตูจากช่วงที่มีโอกาสเข้าทำมากที่สุด และได้รับความช่วยเหลือจากแนวรับกับรายาในจังหวะสำคัญตลอดครึ่งหลัง

สิ่งที่ต้องติดตามหลังอาร์เซนอลบุกเฉือนสลาเวีย ปราก 2-1

อาร์เซนอลเก็บชัยชนะนัดที่สามจากการแข่งขันแชมเปียนส์ลีก 4 นัดแรกของฤดูกาล โดยก่อนหน้านี้ทีมบุกชนะนาโปลี 1-0 เปิดบ้านชนะลีลล์ 3-0 และบุกเสมอบาเยิร์น มิวนิค 2-2 ก่อนมาชนะสลาเวีย ปราก 2-1 ทำให้มี 10 คะแนนและขึ้นอันดับสามของตารางลีกเฟส

ชัยชนะที่ปรากยังทำให้ปืนใหญ่ไม่แพ้ใครในแชมเปียนส์ลีกเป็น 19 นัดติดต่อกัน โดยชนะ 14 นัดและเสมอ 5 นัด เมื่อไม่นับการดวลจุดโทษ ขณะที่ วิลเลียม ซาลิบา กลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองหลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ แต่ไม่ได้ลงสนาม ส่วน แม็กซ์ ดาวแมน ถูกส่งลงเล่นแทนมาดูเอเกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

หลังจบเกมยุโรป สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล จะกลับมาเปิดบ้านพบฮัลล์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน ก่อนมีโปรแกรมแชมเปียนส์ลีกนัดต่อไปพบโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ วันที่ 24 พฤศจิกายน โดยทีมของอาร์เตต้าจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันสองรายการในช่วงที่โปรแกรมยังต่อเนื่อง

ที่มา: Sky Sports, Opta Analyst, SK Slavia Praha, BBC Sport, FotMob และ UEFA (4 พฤศจิกายน 2569)

บทความแนะนำสำหรับแฟนอาร์เซนอล: อาร์เซนอลได้ข่าวดี ซาลิบาฟิตกลับมาลุ้นลงสนามเกมสลาเวีย ปราก