อาร์เซนอลบุกชนะลิเวอร์พูล 1-0 ฮาแวร์ตซ์ซัดชัยขึ้นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

อาร์เซนอลบุกชนะลิเวอร์พูล 1-0

อาร์เซนอลบุกชนะลิเวอร์พูล 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดย ไค ฮาแวร์ตซ์ ยิงประตูชัยในนาที 16 จากการเปิดบอลของ เดแคลน ไรซ์ ช่วยให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เก็บสามคะแนนพร้อมขึ้นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ อาร์เซนอล ยุติการรอคอยชัยชนะในเกมลีกที่แอนฟิลด์นานถึง 14 ปี หลังครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2012 ขณะที่ลิเวอร์พูลพยายามเร่งเกมรุกเพื่อทวงประตูคืน แต่จบการแข่งขันโดยไม่สามารถส่งบอลผ่านแนวรับของทีมเยือนได้

ผลการแข่งขันทำให้ปืนใหญ่มี 24 คะแนนจาก 9 นัด นำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับสองอยู่ 3 คะแนน ส่วนลิเวอร์พูลมี 15 คะแนน รั้งอันดับห้า โดยทั้งสองทีมมีช่องว่างเพิ่มเป็น 9 คะแนนหลังจบเกม

อัปเดตล่าสุด: 2 พฤศจิกายน 2569

ฮาแวร์ตซ์ยิงนาที 16 จากการเปิดบอลของเดแคลน ไรซ์

ข่าว อาร์เซนอล ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ลิเวอร์พูลเสียการครองบอลระหว่างพยายามขึ้นเกมจากแดนหลัง โดย มาร์ติน โอเดการ์ด ฉวยโอกาสเริ่มเกมรุกให้ทีมเยือน ก่อนบอลถูกส่งต่อไปยังผู้เล่นทางฝั่งขวาอย่างรวดเร็ว

เดแคลน ไรซ์ เติมขึ้นมารับบอลต่อจากการประสานงานกับ โนนี มาดูเอเก แล้วเปิดเรียดผ่านหน้าประตูไปยังเสาไกล ฮาแวร์ตซ์ที่รออยู่ในกรอบเขตโทษเข้าชาร์จระยะใกล้ผ่าน อลิสซอน เบ็คเกอร์ ส่งอาร์เซนอลออกนำ 1-0 ในนาที 16

ประตูนี้ทำให้ฮาแวร์ตซ์ยิงรวมในพรีเมียร์ลีกเพิ่มเป็น 46 ลูก พร้อมแซง อิลคาย กุนโดกัน ขึ้นเป็นนักเตะชาวเยอรมันที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก โดยเป็นการกลับมาทำประตูได้อีกครั้งหลังไม่สามารถยิงในลีกมาหลายนัด

ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสตีเสมอ วิร์ตซ์ยิงฟรีคิกชนคาน

หลังเสียประตู ลิเวอร์พูลเริ่มกดดันแนวรับอาร์เซนอลมากขึ้น โดยใช้การขึ้นเกมทางริมเส้นของ แบรดลีย์ บาร์กโกลา และ โคดี กัคโป เพื่อสร้างโอกาสให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค เข้าทำในกรอบเขตโทษ ขณะที่ทีมเยือนยังมีจังหวะสวนกลับเป็นระยะ

นาที 21 เจ้าถิ่นเรียกร้องจุดโทษจากจังหวะที่ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ดึงเสื้ออิซัคระหว่างพยายามเข้าถึงลูกเปิดของบาร์กโกลา แต่ผู้ตัดสิน แอนดี แมดลีย์ ปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป และไม่มีการเปลี่ยนคำตัดสินจาก VAR เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงหลังการแข่งขัน

ช่วงท้ายครึ่งแรก ลิเวอร์พูลมีโอกาสใกล้เคียงที่สุดในนาที 39 เมื่อ ฟลอเรียน วิร์ตซ์ ยิงฟรีคิกไปชนคาน ก่อนที่นาที 43 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ จะได้โหม่งจากลูกเปิดของ มิลอส เคอร์เคซ แต่ส่งบอลข้ามคาน ทำให้อาร์เซนอลรักษาสกอร์นำ 1-0 ก่อนพักครึ่ง

อาร์เซนอลรักษาสกอร์ครึ่งหลัง โซลิสเกือบยิงประตูเพิ่ม

เริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังเดินหน้าหาประตูตีเสมอ โดยอิซัคมีโอกาสยิงจากมุมแคบแต่บอลข้ามคาน ขณะที่ อันโดนี อิราโอลา ผู้จัดการทีมเจ้าบ้าน ทยอยเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อเพิ่มทางเลือกในเกมรุก รวมถึงการส่ง โดมินิก โซบอสซ์ไล ลงสนาม

อาร์เซนอลเกือบได้ประตูที่สองในนาที 73 เมื่อ คริสตอส โซลิส ได้ยิงจากจังหวะเข้าทำของทีม แต่อลิสซอนพุ่งป้องกันเอาไว้ได้ ก่อนที่อาร์เตต้าจะเปลี่ยนตัวผู้เล่นในช่วงท้าย โดยส่ง วิคตอร์ เยอเคเรส และ ปิเอโร อินกาปิเอ ลงมาแทนฮาแวร์ตซ์กับโซลิส

ช่วงเวลาที่เหลือ ลิเวอร์พูลยังพยายามส่งบอลเข้าสู่กรอบเขตโทษ โดยมีจังหวะของ โรนัลด์ อเราโฆ ที่ถูกแนวรับอาร์เซนอลบล็อกเอาไว้ รวมถึงโอกาสโหม่งของ วิคตอร์ มูนญอซ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ ก่อนปืนใหญ่จะรักษาผลการแข่งขันจนจบเกม

อาร์เตต้าภูมิใจชัยชนะที่แอนฟิลด์ หลังรอคอยนาน 14 ปี

หลังจบการแข่งขัน อาร์เตต้า แสดงความยินดีกับผลงานของลูกทีม โดยกล่าวว่าการบุกชนะที่แอนฟิลด์มีความหมายต่อสโมสรอย่างมาก เพราะเป็นเป้าหมายที่ทีมไม่สามารถทำได้ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา พร้อมยอมรับว่าการคว้าชัยชนะครั้งนี้ในฐานะผู้จัดการทีมให้ความรู้สึกพิเศษกว่าสมัยเป็นนักเตะ

กุนซือชาวสเปนยังกล่าวถึงการตอบสนองของนักเตะ หลังอาร์เซนอลเพิ่งตกรอบคาราบาว คัพ จากการแพ้ฟลีตวูด ทาวน์ ในการดวลจุดโทษ โดยชื่นชมที่ทีมกลับมารวมสมาธิและรับมือกับช่วงเวลาที่ลิเวอร์พูลสร้างแรงกดดันได้ตลอดการแข่งขัน

ชัยชนะในพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ครั้งก่อนของอาร์เซนอลเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2012 โดยทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ เอาชนะลิเวอร์พูล 2-0 จากประตูของ ลูคัส โพดอลสกี และ ซานติ กาซอร์ลา ซึ่งอาร์เตต้าเป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวจริง ส่วนกัปตันทีมในวันนั้นคือ โธมัส แฟร์มาเลน

สถิติลิเวอร์พูลครองบอลมากกว่า แต่อาร์เซนอลคว้าสามคะแนน

ลิเวอร์พูลมีสัดส่วนการครองบอลและจำนวนครั้งที่ยิงประตูมากกว่าอาร์เซนอล โดยเจ้าถิ่นพยายามเข้าทำถึง 17 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนมีโอกาสยิง 10 ครั้ง แต่ประตูของฮาแวร์ตซ์ในช่วงต้นเกมกลายเป็นจังหวะตัดสินผลการแข่งขัน

สถิติสำคัญ ลิเวอร์พูล 0-1 อาร์เซนอล

  • ครองบอล: ลิเวอร์พูล 56% – 44% อาร์เซนอล
  • ยิงทั้งหมด: ลิเวอร์พูล 17 – 10 อาร์เซนอล
  • ยิงตรงกรอบ: ลิเวอร์พูล 0 – 3 อาร์เซนอล
  • โอกาสทำประตูที่คาดหวัง (xG): ลิเวอร์พูล 1.15 – 0.96 อาร์เซนอล
  • เตะมุม: ลิเวอร์พูล 7 – 4 อาร์เซนอล

หมายเหตุ: สถิติอ้างอิงข้อมูลการแข่งขันจาก Flashscore โดยตัวเลขยิงตรงกรอบอาจแตกต่างจากผู้ให้บริการข้อมูลบางราย

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าลิเวอร์พูลสร้างโอกาสยิงได้มากกว่า แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตู ขณะที่อาร์เซนอลได้ประตูจากจังหวะเข้าทำในนาที 16 และมีโอกาสยิงตรงกรอบอีกสองครั้ง ก่อนจบเกมด้วยชัยชนะนอกบ้าน

อาร์เซนอลขึ้นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ก่อนเยือนสลาเวีย ปราก

อาร์เซนอลขยับขึ้นนำตารางพรีเมียร์ลีกหลังผ่าน 9 นัด ด้วยผลงานชนะ 8 นัด แพ้ 1 นัด มี 24 คะแนน โดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามมาเป็นอันดับสองที่ 21 คะแนน หลังเปิดบ้านแพ้ไบรท์ตัน 0-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม จากประตูของ ยาซิน อายารี

ส่วนไบรท์ตันมี 19 คะแนน รั้งอันดับสาม ตามด้วยเชลซีที่ 16 คะแนน และลิเวอร์พูลอันดับห้าที่ 15 คะแนน โดยความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้ทีมของอิราโอลาเสียโอกาสลดช่องว่างกับอาร์เซนอล และต้องกลับไปเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันนัดถัดไป

สำหรับปืนใหญ่ โปรแกรมต่อไปคือการบุกเยือนสลาเวีย ปราก ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบลีกเฟส วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนกลับมาเปิดบ้านพบฮัลล์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน โดย มิเกล อาร์เตต้า ต้องเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันสองรายการภายในสัปดาห์เดียวกัน

ที่มา: Sky Sports, Liverpool FC, Flashscore และ UEFA (1 พฤศจิกายน 2569)

บทความแนะนำสำหรับแฟนอาร์เซนอล: อาร์เซนอลลุ้น 3 แข้งคืนทีม หลังกลับมาซ้อมก่อนพบลิเวอร์พูล