ตลาดซื้อขายอาร์เซนอลยุค Mikel Arteta จากการสร้างทีมใหม่สู่แชมป์พรีเมียร์ลีก
ตอน มิเกล อาร์เตตา กลับมาเอมิเรตส์ สเตเดียมในเดือนธันวาคม 2019 อาร์เซนอล ไม่ได้อยู่ในสถานะทีมที่ซื้อผู้เล่นราคาแพงแล้วคาดหวังแชมป์ได้ทันที สโมสรเพิ่งเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกครั้งหลังยุค อาร์แซน เวนเกอร์ ขุมกำลังมีทั้งนักเตะประสบการณ์สูงที่ผลงานไม่สม่ำเสมอ และดาวรุ่งที่ยังต้องการเวลา สภาพทีมตอนนั้นห่างจากภาพของผู้ท้าชิงพรีเมียร์ลีกอยู่พอสมควร
หกปีต่อมา ทีมของอาร์เตตาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 ปิดการรอคอย 22 ปี เบื้องหลังความสำเร็จไม่ได้มีดีลเดียวเปลี่ยนทุกอย่าง แต่เป็นการตัดสินใจต่อเนื่องหลายตลาด ตั้งแต่การลงทุนกับแนวรับ การหากัปตันทีมคนใหม่ ไปจนถึงการจ่ายค่าตัวสถิติสโมสรเพื่อซื้อ เดแคลน ไรซ์
บทความนี้ย้อนดู ตลาดซื้อขายอาร์เซนอลยุค Mikel Arteta ตั้งแต่ตลาดแรกในปี 2020 จนถึงซัมเมอร์ 2026 โดยมองทั้งผลตอบแทนของดีลและเหตุผลที่สโมสรเลือกนักเตะในแต่ละช่วง
ภาพรวมตลาดซื้อขายอาร์เซนอลยุค Mikel Arteta ปี 2020–2026
หากแบ่งตามเป้าหมายของสโมสร การเสริมทัพยุคอาร์เตตาไม่ได้เริ่มจากการไล่ซื้อซูเปอร์สตาร์ แต่ค่อย ๆ ขยับจากการซ่อมจุดอ่อนไปสู่การเลือกผู้เล่นที่เหมาะกับระบบ ก่อนเพิ่มคุณภาพและจำนวนตัวเลือก ตลาดซื้อขายนักเตะอาร์เซนอล ให้เพียงพอกับการแข่งขันหลายรายการ
ช่วงตลาด | แนวทางสำคัญ | ตัวอย่างดีล |
2020 | จัดระเบียบแนวรับ เติมความแข็งแกร่งกลางสนาม | Gabriel Magalhães, Thomas Partey, Pablo Marí |
2021 | สร้างแกนหลักระยะยาวและลดอายุเฉลี่ยทีม | Martin Ødegaard, Ben White, Aaron Ramsdale, Takehiro Tomiyasu |
2022–ต้น 2023 | เพิ่มความเข้มข้นเกมรุกและตัวเลือกสำรอง | Gabriel Jesus, Oleksandr Zinchenko, Leandro Trossard, Jorginho |
2023 | ทุ่มลงทุนเพื่อขยับจากผู้ท้าชิงเป็นทีมลุ้นแชมป์เต็มตัว | Declan Rice, Kai Havertz, Jurriën Timber, David Raya |
2024 | เพิ่มความยืดหยุ่นและการแข่งขันภายในทีม | Riccardo Calafiori, Mikel Merino, Raheem Sterling (ยืมตัว) |
2025 | เพิ่มคุณภาพหลายตำแหน่งจนคว้าแชมป์ลีก | Martín Zubimendi, Viktor Gyökeres, Eberechi Eze, Noni Madueke |
2026 | ปรับทีมแชมป์เพื่อรักษาระดับและรองรับการย้ายออก | Bruno Guimarães, Ezri Konsa, Christos Tzolis, Piero Hincapié |
ตารางนี้คัดเฉพาะดีลสำคัญ ไม่ใช่รายการซื้อขายทั้งหมด และควรแยกนักเตะที่อยู่กับทีมก่อนอาร์เตตาออกจากผู้เล่นที่ถูกซื้อระหว่างเขาคุมทีม เช่น วิลเลียม ซาลิบา และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ต่างย้ายมาในซัมเมอร์ 2019 ก่อนอาร์เตตาได้รับงาน
ตลาดแรกปี 2020 จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสู่การวางฐานเกมรับ
อาร์เตตารับทีมต่อในช่วงกลางฤดูกาล 2019/20 ตลาดเดือนมกราคมจึงยังไม่ใช่เวลาสำหรับการเปลี่ยนขุมกำลังทั้งชุด อาร์เซนอลยืม ปาโบล มารี จากฟลาเมงโก และ เซดริก โซอาเรส จากเซาแธมป์ตัน เพื่อเพิ่มตัวเลือกแนวรับ ก่อนเซ็นสัญญาถาวรกับทั้งคู่ในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายฤดูกาลทีมกลับคว้า FA Cup 2019/20 ได้สำเร็จ โดยใช้ผู้เล่นหลายคนที่มีอยู่ก่อนแล้ว รวมถึง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง
ซัมเมอร์ 2020 อาร์เซนอลซื้อ กาเบรียล มากัลเญส จากลีลล์ เขาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กถนัดเท้าซ้ายที่แข็งแกร่งในการดวลและช่วยพาบอลออกจากแดนหลัง ส่วน โธมัส ปาร์เตย์ ย้ายมาจากแอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าฉีกสัญญาประมาณ 45 ล้านปอนด์ เพื่อเพิ่มพละกำลังและความสามารถในการเอาตัวรอดจากการเพรสในแดนกลาง
ไม่ใช่ทุกการตัดสินใจจะได้ผล วิลเลียน ย้ายจากเชลซีแบบฟรีเอเยนต์พร้อมความคาดหวังเรื่องประสบการณ์ แต่กลับไม่สามารถรักษาฟอร์มได้และแยกทางหลังหนึ่งฤดูกาล
ตลาดปี 2021 เมื่อ Ødegaard, White และ Ramsdale กลายเป็นรากฐานใหม่
หลังจบพรีเมียร์ลีก 2020/21 ด้วยอันดับแปด อาร์เซนอลเลือกเสริมทัพในแนวทางที่เสี่ยงต่อเสียงวิจารณ์พอสมควร สโมสรซื้อผู้เล่นอายุน้อยหลายราย แทนการคว้าดาวดังที่ผ่านเวทีแชมเปียนส์ลีกมาแล้วทุกตำแหน่ง โดยผู้ที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดคือ มาร์ติน โอเดการ์ด ซึ่งเคยมาแบบยืมตัวจากเรอัล มาดริดในเดือนมกราคม ก่อนย้ายถาวรช่วงซัมเมอร์
โอเดการ์ดไม่ได้เปลี่ยนทีมด้วยประตูจำนวนมากในทันที แต่ความเข้าใจพื้นที่ระหว่างไลน์ ความละเอียดในการจ่ายบอล และความขยันเวลาเสียการครองบอลทำให้เขาเหมาะกับเกมรุกของอาร์เตตา
ขณะเดียวกัน เบน ไวท์ ย้ายจากไบรตันด้วยค่าตัวประมาณ 50 ล้านปอนด์ ไวท์เริ่มจากเซ็นเตอร์แบ็ก ก่อนขยับไปเล่นแบ็กขวาที่มีบทบาทในการขึ้นเกม ส่วน อารอน แรมส์เดล ถูกซื้อจากเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และพิสูจน์ตัวเองด้วยการออกบอลกับการเซฟสำคัญในช่วงแรก
อีกดีลที่ไม่ได้พาดหัวเท่ากันคือ ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ จากโบโลญญา เขาช่วยให้ทีมมีแนวรับที่ยืดหยุ่นและรับมือการดวลตัวต่อตัวได้ดี แม้อาการบาดเจ็บในระยะต่อมาจะกระทบความต่อเนื่อง
ปี 2022 ถึงมกราคม 2023 การซื้อผู้เล่นจากแมนซิตี้และดีลแก้เกมลุ้นแชมป์
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในซัมเมอร์ 2022 คือการซื้อ กาเบรียล เชซุส และ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งคู่เคยทำงานในระบบของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ค่าตัวของเชซุสอยู่ที่ประมาณ 45 ล้านปอนด์ ส่วนซินเชนโกประมาณ 30 ล้านปอนด์ตามรายงานในเวลานั้น
เชซุสเพิ่มความเข้มข้นในการเพรส การถอยลงมาเชื่อมเกม และการเคลื่อนที่ที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้ บูกาโย ซากา กับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ส่วนซินเชนโกทำให้แบ็กซ้ายสามารถขยับเข้ามาเป็นกองกลางขณะครองบอล
การเปลี่ยนรูปแบบการเล่นส่งผลทันที อาร์เซนอลเริ่มฤดูกาล 2022/23 ได้ยอดเยี่ยมและขึ้นเป็นผู้ท้าชิงแชมป์กับแมนซิตี้
ตลาดมกราคม 2023 จึงได้ เลอันโดร ทรอสซาร์ จากไบรตัน, จอร์จินโญ จากเชลซี และ ยาคุบ คิวิออร์ จากสเปเซีย ทรอสซาร์ช่วยเติมการเคลื่อนที่และประตูในเกมรุก จอร์จินโญช่วยคุมจังหวะ ส่วนคิวิออร์เป็นตัวเลือกแนวรับที่พัฒนาต่อได้
ตลาดซัมเมอร์ 2023 เมื่อ Declan Rice และ Kai Havertz เปลี่ยนระดับการลงทุน
หลังฤดูกาลที่พลาดแชมป์ อาร์เซนอลไม่ได้ถอยกลับไปซื้อเพียงดาวรุ่งราคาย่อมเยา แต่ลงทุนในผู้เล่นที่อาร์เตตามองว่าสามารถยกระดับทีมได้ทันที เดแคลน ไรซ์ ย้ายมาจากเวสต์แฮมด้วยค่าตัวรวมเงื่อนไขโบนัสสูงสุดประมาณ 105 ล้านปอนด์ กลายเป็นสถิติการซื้อเข้าของสโมสร
ไรซ์ไม่ได้ถูกซื้อมาแค่แย่งบอล เขามีพลังในการพาบอลขึ้นหน้า ครอบคลุมพื้นที่ และช่วยให้ทีมรักษาความเข้มข้นได้ในเกมใหญ่
ในตลาดเดียวกัน ไค ฮาแวร์ตซ์ ย้ายมาจากเชลซีด้วยค่าตัวประมาณ 65 ล้านปอนด์ ช่วงแรกเขาถูกตั้งคำถามเรื่องตำแหน่งและความคุ้มค่า ก่อนอาร์เตตาจะใช้ความสามารถในการหาพื้นที่ เล่นลูกกลางอากาศ และเชื่อมเกมของเขาในแดนหน้ามากขึ้น ฮาแวร์ตซ์จบพรีเมียร์ลีก 2023/24 ด้วย 13 ประตูและ 7 แอสซิสต์
ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ถูกซื้อจากอาแจ็กซ์เพื่อเพิ่มตัวเลือกกองหลังที่เล่นบอลได้ แต่เจ็บเข่าหนักตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูกาล ส่วน ดาบิด รายา ย้ายมาจากเบรนท์ฟอร์ดแบบยืมตัวก่อนซื้อขาดในปี 2024
ตลาดปี 2024 เพิ่มทางเลือก แต่ทุกดีลไม่ได้ให้ผลตอบแทนเท่ากัน
หลังอาร์เซนอลจบรองแชมป์พรีเมียร์ลีก 2023/24 โดยตามหลังแมนซิตี้เพียงสองคะแนน คำถามในตลาดไม่ใช่จะสร้างทีมใหม่อย่างไรอีกต่อไป แต่คือจุดไหนที่ทำให้ทีมเสียเปรียบในการแข่งขันระยะยาว
ริคคาร์โด คาลาฟิออรี ย้ายจากโบโลญญาในซัมเมอร์ 2024 หลังทำผลงานเด่นในเซเรียอา เขาเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กซ้าย ช่วยให้เกมรับมีทางเลือกในการต่อบอลมากขึ้น ส่วน มิเกล เมริโน จากเรอัล โซเซียดาด เพิ่มความแข็งแกร่ง การเล่นลูกกลางอากาศ และประสบการณ์แดนกลาง
อย่างไรก็ตาม การยืม ราฮีม สเตอร์ลิง จากเชลซีไม่ได้ให้ผลอย่างที่หวัง แม้เขาเคยทำงานกับอาร์เตตาที่แมนซิตี้ แต่ไม่สามารถยึดตัวจริงได้ต่อเนื่องและไม่มีประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2024/25
ตลาดขาออกก็สำคัญไม่แพ้กัน อาร์เซนอลขาย เอมิล สมิธ โรว์ ไปฟูแลม, เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์ ไปคริสตัล พาเลซ และ แรมส์เดล ไปเซาแธมป์ตัน
ซัมเมอร์ 2025 การลงทุนครั้งใหญ่ที่พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
อาร์เซนอลจบรองแชมป์สามฤดูกาลติดในปี 2023, 2024 และ 2025 ซัมเมอร์ 2025 สโมสรคว้า มาร์ติน ซูบิเมนดี จากเรอัล โซเซียดาด เพื่อเพิ่มความละเอียดในตำแหน่งกลางรับ และ วิคตอร์ โยเคเรส จากสปอร์ติง ลิสบอน หลังเขาทำประตูอย่างต่อเนื่องในลีกโปรตุเกส
การทำงานเบื้องหลังตลาดครั้งนี้ก็เปลี่ยนไปด้วย หลัง เอดู อำลาตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาในปี 2024 สโมสรแต่งตั้ง อันเดรีย แบร์ตา เข้ามารับหน้าที่ในปี 2025 การเสริมทีมจึงเป็นการทำงานร่วมกันของฝ่ายฟุตบอลและฝ่ายบริหาร ไม่ใช่การเลือกนักเตะของผู้จัดการทีมเพียงคนเดียว
อาร์เซนอลยังดึง เอเบเรชี เอเซ จากคริสตัล พาเลซ มาเพิ่มการสร้างสรรค์เกมในพื้นที่แคบ และ โนนี มาดูเอเก จากเชลซีมาช่วยแบ่งภาระริมเส้นกับซากา ขณะที่ คริสเตียน นอร์การ์ด, คริสเตียน มอสเกรา, เกปา อาร์ริซาบาลากา และ ปิเอโร ฮินคาปิเอ ซึ่งเริ่มด้วยสัญญายืมตัว เข้ามาเพิ่มความลึกในตำแหน่งที่ทีมขาดตัวเลือก
เมื่อมองการจัดทีม ซูบิเมนดีช่วยให้ไรซ์มีอิสระในการเคลื่อนที่ เอเซเพิ่มมิติสร้างสรรค์ ส่วนโยเคเรสทำให้ทีมมีศูนย์หน้าที่เน้นจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ
ผลลัพธ์มาถึงเมื่ออาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 เป็นครั้งแรกนับจากฤดูกาลไร้พ่าย 2003/04 โดยจบที่ 85 คะแนน เหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ็ดคะแนน รายาคว้า Golden Glove เป็นฤดูกาลที่สามติดต่อกัน และโยเคเรสเป็นผู้ทำประตูในลีกมากที่สุดของทีม
ตลาดปี 2026 และการขายตัวหลัก เมื่อทีมแชมป์ต้องเดินหน้าต่อ
หลังได้แชมป์ ภารกิจของอาร์เตตาเปลี่ยนจากการไล่ตามคู่แข่งมาเป็นการรักษาระดับให้ยืนระยะได้ ซัมเมอร์ 2026 อาร์เซนอลซื้อ บรูโน กิมาไรส์ จากนิวคาสเซิลด้วยค่าตัวที่มีรายงานประมาณ 75 ล้านปอนด์ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและความหลากหลายแดนกลาง โดยผู้เล่นบราซิลสามารถเล่นทั้งตำแหน่งตัวรับและกองกลางที่วิ่งขึ้นลงสนาม
การเสริม เอซรี คอนซา จากแอสตัน วิลลา ด้วยค่าตัวราว 55 ล้านปอนด์ช่วยเพิ่มตัวเลือกกองหลังในช่วงที่ วิลเลียม ซาลิบา มีปัญหาบาดเจ็บ ขณะที่ คริสตอส โซลิส จากคลับ บรูช เข้ามาทดแทนคุณภาพเกมรุกฝั่งซ้าย อาร์เซนอลยัง เปลี่ยนสัญญายืมของฮินคาปิเอเป็นการซื้อขาด และได้ อิลล็อง เมสลิเยร์ มาเพิ่มการแข่งขันตำแหน่งผู้รักษาประตูแบบไม่มีค่าตัว
อีกด้านหนึ่งทีมยอมปล่อยผู้เล่นที่เคยเป็นกำลังสำคัญ มาร์ติเนลลี ย้ายไปอัล-ฮิลาล, ทรอสซาร์ ไปเบซิคตัส และ กาเบรียล เชซุส ไปบาร์เซโลนา ขณะที่ ฟาบิโอ วิเอรา และ คิวิออร์ ย้ายไปปอร์โต
การปรับผู้เล่นหลักจำนวนมากในตลาดเดียวกันทำให้ต้องดูด้วยว่าทีมใหม่จะรักษาความเข้าใจในการเล่นร่วมกันได้เร็วเพียงใด
ในภาพใหญ่ การสร้างทีมอาร์เตตาไม่ได้เกิดจากการซื้อเท่านั้น ซากา, ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี, อีธาน เอ็นวาเนรี และ แม็กซ์ ดาวแมน เติบโตจากระบบสโมสร
สรุป ตลาดซื้อขายยุค Arteta สำเร็จเพราะอะไร?
เมื่อย้อนดูตั้งแต่ปี 2020 จุดแข็งของอาร์เตตาไม่ใช่การซื้อถูกทุกครั้ง แต่คือการค่อย ๆ กำหนดคุณสมบัติของผู้เล่นให้สัมพันธ์กับวิธีเล่นที่ต้องการ กาเบรียลและไวท์ช่วยวางฐานแนวรับ โอเดการ์ดกำหนดจังหวะเกม ไรซ์เพิ่มพลังในแดนกลาง ขณะที่รายากับแนวรับที่ยืนตำแหน่งดีทำให้ทีมเสียประตูน้อยลงอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกการตัดสินใจที่ถูกต้อง วิลเลียนกับสเตอร์ลิงอยู่ไม่นานหรือไม่สามารถสร้างอิทธิพลในลีกได้ตามคาด ฟาบิโอ วิเอราและแซมบี โลคองกาไม่ก้าวขึ้นเป็นตัวหลักอย่างที่สโมสรหวัง ขณะเดียวกันการเปลี่ยนมือหนึ่งจากแรมส์เดลมาเป็นรายาก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ไร้ข้อถกเถียง
หลังคว้าแชมป์ ความท้าทายต่อไปไม่ใช่การพิสูจน์ว่าทีมมีคุณภาพแล้วหรือไม่ แต่คือการรักษาความสำเร็จพร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นชุดใหม่เติบโต
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาดซื้อขายอาร์เซนอลยุค Mikel Arteta
Mikel Arteta เริ่มคุมอาร์เซนอลเมื่อปีไหน?
อาร์เตตาได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ชในเดือนธันวาคม 2019 และเริ่มสร้างทีมผ่านตลาดเดือนมกราคม 2020 ก่อนคว้า FA Cup ในฤดูกาลแรกที่เข้ามารับงาน
ใครเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของอาร์เซนอลในยุค Arteta?
เดแคลน ไรซ์ ย้ายจากเวสต์แฮมในปี 2023 ด้วยค่าตัวรวมโบนัสสูงสุดประมาณ 105 ล้านปอนด์ และยังเป็นดีลซื้อเข้าที่แพงที่สุดของสโมสรในช่วงเวลาที่บทความนี้ครอบคลุม
Martin Ødegaard ย้ายมาอาร์เซนอลแบบยืมตัวก่อนใช่หรือไม่?
ใช่ โอเดการ์ดย้ายจากเรอัล มาดริดแบบยืมตัวในเดือนมกราคม 2021 ก่อนอาร์เซนอลซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน และต่อมาได้รับตำแหน่งกัปตันทีม
อาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกภายใต้ Arteta เมื่อไหร่?
อาร์เซนอลคว้าแชมป์ฤดูกาล 2025/26 หลังจบรองแชมป์สามฤดูกาลติดต่อกัน และเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกของสโมสรนับจากปี 2004
ใครย้ายมาอาร์เซนอลในซัมเมอร์ 2026?
ดีลสำคัญประกอบด้วย บรูโน กิมาไรส์, เอซรี คอนซา, คริสตอส โซลิส และการซื้อขาด ปิเอโร ฮินคาปิเอ หลังยืมตัวมาในฤดูกาลก่อน รวมถึง อิลล็อง เมสลิเยร์ ที่ย้ายแบบไม่มีค่าตัว
Bukayo Saka และ William Saliba เป็นนักเตะที่ Arteta ซื้อมาใช่หรือไม่?
ไม่ใช่ ซากาเติบโตจากอะคาเดมีของอาร์เซนอล ส่วนซาลิบาถูกซื้อจากแซงต์-เอเตียนในปี 2019 ก่อนอาร์เตตาเข้าคุมทีม แต่ทั้งคู่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทีมในยุคของเขา