10 ดีลซื้อขายที่น่าผิดหวังที่สุดของอาร์เซนอล จากค่าตัวมหาศาลถึงการเสียแข้งแบบไม่ได้ค่าตัว

10 ดีลซื้อขายที่น่าผิดหวังที่สุดของอาร์เซนอล รวมบทเรียนจากตลาดนักเตะปืนใหญ่

ตลอดประวัติศาสตร์ตลาดนักเตะ อาร์เซนอลเคยค้นพบ Thierry Henry, Patrick Vieira และ Kolo Touré ด้วยราคาที่กลายเป็นความคุ้มค่าระดับตำนาน แต่ในอีกด้านหนึ่ง สโมสรมีการตัดสินใจที่ให้ผลลัพธ์ตรงกันข้ามเช่นกัน

10 ดีลซื้อขายที่น่าผิดหวังที่สุดของอาร์เซนอล จึงไม่ได้หมายถึง 10 นักเตะที่แย่ที่สุดที่เคยสวมเสื้อปืนใหญ่ เพราะนักเตะบางคนในรายชื่อนี้เคยมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม หรือมีคุณภาพที่พิสูจน์มาแล้วกับสโมสรอื่น

สิ่งที่เรากำลังประเมินคือ “ดีล” มากกว่า “ตัวนักเตะ” อาร์เซนอลจ่ายเงินไปเท่าไร? ความคาดหวังตอนเซ็นสัญญาสูงแค่ไหน? นักเตะเหมาะกับทีมจริงหรือไม่? สโมสรสามารถรักษามูลค่าของผู้เล่นไว้ได้หรือเปล่า? และสุดท้ายเมื่อต้องแยกทาง อาร์เซนอลได้รับอะไรกลับคืนมา?

เมื่อใช้คำถามเหล่านี้เป็นเกณฑ์ จะพบว่าความผิดพลาดในตลาดนักเตะของอาร์เซนอลมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ซื้อแพงแต่ผลงานไม่ถึงความคาดหวัง เซ็นสัญญาค่าเหนื่อยสูง ซื้อผู้เล่นที่ไม่เข้ากับแผน ไปจนถึงปล่อยทรัพย์สินมูลค่าสูงออกจากทีมโดยแทบไม่ได้รับค่าตัวกลับมา

10 ดีลซื้อขายที่น่าผิดหวังที่สุดของอาร์เซนอล มีใครบ้าง?

เมื่อย้อนดู ตลาดซื้อขายนักเตะอาร์เซนอล จะเห็นว่าความผิดพลาดไม่ได้เกิดเฉพาะตอน “ซื้อผิดคน” เพราะการต่อสัญญาไม่ทัน การขายไม่ได้ราคา หรือการสร้างทีมโดยไม่มีแผนรองรับนักเตะราคาแพง ก็สามารถสร้างความเสียหายได้ไม่ต่างกัน

10 กรณีต่อไปนี้จึงเลือกจากระดับความคาดหวัง เงินลงทุน ผลงาน และผลลัพธ์สุดท้ายของธุรกรรม

อันดับ

นักเตะ

รูปแบบของดีล

เหตุผลที่น่าผิดหวัง

1

Nicolas Pépé

ซื้อจาก Lille

ค่าตัวสถิติสโมสรราว £72m แต่ไม่สามารถยึดบทบาทหลักระยะยาว

2

Mesut Özil

ต่อสัญญาค่าเหนื่อยสูง

จากซูเปอร์สตาร์ของทีมสู่การถูกตัดออก ก่อนยกเลิกสัญญา

3

Pierre-Emerick Aubameyang

ต่อสัญญา/ยกเลิกสัญญา

ต่อสัญญาหลังช่วงพีก แต่สุดท้ายแยกทางโดยไม่มีค่าตัว

4

Shkodran Mustafi

ซื้อจาก Valencia

ลงทุนระดับ £35m แต่ไม่สามารถเป็นคำตอบระยะยาวของแนวรับ

5

Alexandre Lacazette

ซื้อจาก Lyon

ทำประตูและช่วยทีมได้ แต่ผลตอบแทนเทียบค่าตัวและการเสียฟรียังน่าผิดหวัง

6

Lucas Pérez

ซื้อจาก Deportivo La Coruña

ได้โอกาสจำกัดและอยู่ในแผนทีมช่วงสั้นมาก

7

Willian

เซ็นฟรีจาก Chelsea

สัญญาระยะยาวและความคาดหวังสูง แต่แยกทางหลังฤดูกาลเดียว

8

Henrikh Mkhitaryan

แลกตัวกับ Alexis Sánchez

ดีลใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาระยะยาวให้ทีม

9

Park Chu-young

ซื้อจาก Monaco

มีโอกาสลงสนามน้อยมากและแทบไม่มีผลต่อทีม

10

André Santos

ซื้อจาก Fenerbahçe

ไม่สามารถสร้างความมั่นคงในตำแหน่งแบ็กซ้ายตามที่คาด

รายชื่อนี้มีทั้งกรณีที่เกิดจากการประเมินนักเตะผิด การวางแผนขุมกำลัง การจัดการสัญญา และจังหวะในการตัดสินใจ

นั่นทำให้ Nicolas Pépé กับ Mesut Özil สามารถอยู่ในบทเดียวกันได้ แม้สถานการณ์ของทั้งคู่แตกต่างกันมาก เพราะสิ่งที่เรากำลังพิจารณาไม่ใช่ว่าใครเป็นนักฟุตบอลที่แย่กว่า แต่คือ ผลลัพธ์ของการลงทุนเมื่อเทียบกับสิ่งที่อาร์เซนอลคาดว่าจะได้รับ

Nicolas Pépé ทำไมดีล £72 ล้านจึงกลายเป็นกรณีศึกษาที่อาร์เซนอลไม่อยากทำซ้ำ?

หากต้องเลือกดีลซื้อเพียงหนึ่งรายที่เป็นภาพแทนของความผิดหวังในตลาดยุค Emirates ชื่อของ Nicolas Pépé มีเหตุผลมากที่สุดที่จะอยู่ด้านบน

อาร์เซนอลคว้าปีกทีมชาติไอวอรีโคสต์จาก Lille ในปี 2019 ด้วยค่าตัวที่รายงานประมาณ 72 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติสโมสรในเวลานั้น

เหตุผลที่ความคาดหวังสูงมากไม่ใช่เพียงราคา เพราะ Pépé เพิ่งผ่านฤดูกาลที่โดดเด่นใน Ligue 1 และถูกมองว่าเป็นแนวรุกที่สามารถเพิ่มทั้งประตูและความอันตรายทางริมเส้นให้อาร์เซนอล

เขาไม่ได้ล้มเหลวทุกด้าน Pépé มีช่วงเวลาที่ทำผลงานได้ดี ยิงประตูสำคัญ และมีส่วนกับทีมชุดคว้า FA Cup ฤดูกาล 2019/20 โดยเฉพาะผลงานในรอบรองชนะเลิศและนัดชิง

ปัญหาคือ เมื่อเทียบกับเงิน 72 ล้านปอนด์ อาร์เซนอลต้องการมากกว่านักเตะที่มีเพียงช่วงเวลาที่ดีเป็นระยะ

หลัง Mikel Arteta สร้างทีมใหม่ บทบาทของ Pépé ลดลง ขณะที่ Bukayo Saka ก้าวขึ้นมายึดพื้นที่ฝั่งขวาอย่างแข็งแกร่ง เขาถูกปล่อยให้ Nice ยืมตัวในฤดูกาล 2022/23 ก่อนอาร์เซนอลประกาศยกเลิกสัญญาโดยความยินยอมร่วมกันในเดือนกันยายน 2023

จากผู้เล่นค่าตัวสถิติสโมสร สุดท้ายอาร์เซนอลไม่ได้รับค่าขายกลับมา นี่จึงเป็นเหตุผลที่ดีล Pépé น่าผิดหวังกว่าการบอกเพียงว่า “เล่นดีหรือไม่ดี” เพราะปัญหาอยู่ที่ ความแตกต่างมหาศาลระหว่างเงินลงทุน มูลค่าที่คาดหวัง และมูลค่าที่สโมสรสามารถรักษาไว้ตอนจบ

Özil และ Aubameyang เมื่อการต่อสัญญาซูเปอร์สตาร์กลับสร้างปัญหาใหม่

Mesut Özil และ Pierre-Emerick Aubameyang แตกต่างจาก Pépé อย่างมาก เพราะทั้งคู่เคยพิสูจน์แล้วว่าสามารถเป็นนักเตะระดับสูงของอาร์เซนอลได้

ดังนั้น หากจะเรียกพวกเขาว่า “ดีลล้มเหลว” ตั้งแต่วันที่ซื้อเข้ามาจะไม่ยุติธรรม ปัญหาของทั้งสองกรณีอยู่ที่ ช่วงหลังของวงจรสัญญา

Özil ย้ายจาก Real Madrid มาอาร์เซนอลในปี 2013 และมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมกับทีม เขาสร้างโอกาสจำนวนมาก ช่วยทีมคว้า FA Cup และเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีคุณภาพสูงที่สุดของสโมสรในยุค Emirates

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่ออาร์เซนอลต่อสัญญากับเขาในปี 2018 ด้วยค่าเหนื่อยระดับสูงมาก ท่ามกลางสถานการณ์ที่ Alexis Sánchez กำลังออกจากทีม

หลังจากนั้นบทบาทของ Özil ค่อย ๆ ลดลง เขาไม่อยู่ในแผนของ Unai Emery อย่างสม่ำเสมอ และสถานการณ์ยิ่งชัดขึ้นในยุค Arteta เมื่อชื่อของเขาไม่ถูกส่งลงทะเบียนสำหรับการแข่งขันบางรายการ

สุดท้ายอาร์เซนอลและ Özil ตกลงยุติสัญญาก่อนกำหนดในเดือนมกราคม 2021 ก่อนเขาย้ายไป Fenerbahçe

Aubameyang มีโครงเรื่องคล้ายกันในบางส่วน เขาเป็นหนึ่งในการซื้อที่ยอดเยี่ยมของอาร์เซนอลในช่วงแรก ยิงประตูจำนวนมากและมีบทบาทมหาศาลในการพาทีมคว้า FA Cup ปี 2020

อาร์เซนอลจึงตัดสินใจต่อสัญญากับกัปตันทีมในปีเดียวกัน

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะกับทีมเปลี่ยนไปในเวลาต่อมา ผลงานลดลงและเกิดปัญหาด้านวินัย ก่อนสโมสรปลดเขาจากตำแหน่งกัปตัน และท้ายที่สุดยกเลิกสัญญาในเดือนมกราคม 2022 เพื่อเปิดทางให้ย้ายไป Barcelona แบบไม่มีค่าตัว

กรณีของ Özil และ Aubameyang จึงให้บทเรียนที่แตกต่างจาก Pépé คือ การซื้อผู้เล่นได้ถูกคนไม่ได้หมายความว่าทุกการตัดสินใจเกี่ยวกับผู้เล่นคนนั้นในอนาคตจะถูกต้อง

สโมสรยังต้องรู้ด้วยว่าควรต่อสัญญาเมื่อไร ค่าเหนื่อยระดับใดเหมาะสม และควรขายก่อนที่มูลค่าของนักเตะจะลดลงหรือไม่

Mustafi, Lacazette และ Pérez เมื่อค่าตัวสูงไม่ได้แก้ปัญหาตำแหน่งได้เสมอไป

ตลาดซัมเมอร์ 2016 เป็นช่วงที่อาร์เซนอลลงทุนกับผู้เล่นหลายตำแหน่ง และสองชื่อที่ถูกจับตามองคือ Shkodran Mustafi และ Lucas Pérez

Mustafi ย้ายจาก Valencia ด้วยค่าตัวประมาณ 35 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นการลงทุนระดับสูงสำหรับกองหลังในเวลานั้น

เขาลงเล่นให้อาร์เซนอลมากกว่า 150 นัดในทุกรายการและมีช่วงที่เป็นตัวจริง ดังนั้นการบอกว่าเขา “ไม่ได้ทำอะไรเลย” ย่อมไม่ถูกต้อง

แต่ปัญหาคืออาร์เซนอลจ่ายเงินระดับนั้นเพราะต้องการเซ็นเตอร์แบ็กที่จะช่วยสร้างความมั่นคงให้แนวรับระยะยาว ซึ่งสุดท้ายไม่เกิดขึ้นตามความคาดหวัง

Mustafi ค่อย ๆ หลุดจากแผนก่อนยกเลิกสัญญาและย้ายไป Schalke ในปี 2021

Lucas Pérez เป็นความผิดหวังคนละแบบ

เขาย้ายจาก Deportivo La Coruña มาด้วยค่าตัวที่รายงานประมาณ 17 ล้านปอนด์ แต่ได้รับโอกาสใน Premier League จำกัด แม้จะมีบางเกมที่แสดงให้เห็นความสามารถในการทำประตู

เพียงหนึ่งปีหลังย้ายมา เขาก็กลับ Deportivo แบบยืมตัว ก่อนถูกขายให้ West Ham United ในปี 2018 ด้วยราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนเดิมมาก

ส่วน Alexandre Lacazette เป็นกรณีที่ต้องประเมินอย่างระมัดระวังมากกว่าอีกสองคน

เขาย้ายจาก Lyon ในปี 2017 ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสรในเวลานั้น และยิงมากกว่า 70 ประตูให้อาร์เซนอลจากทุกรายการ รวมถึงได้รับรางวัล Player of the Season ของสโมสรในฤดูกาล 2018/19

ดังนั้น Lacazette ไม่ควรถูกเรียกว่า “นักเตะล้มเหลว” เหตุผลที่ดีลสามารถถูกจัดในกลุ่มน่าผิดหวังคือ อาร์เซนอลลงทุนเงินจำนวนมากกับกองหน้าที่สุดท้ายไม่ได้ช่วยทีมกลับไป Champions League ในช่วงเวลานั้น และเมื่อสัญญาสิ้นสุดในปี 2022 เขากลับ Lyon แบบไม่มีค่าตัว

กรณีนี้จึงเป็นความผิดหวังในมิติ ผลตอบแทนของดีลและการรักษามูลค่านักเตะ มากกว่าคุณภาพส่วนบุคคลของ Lacazette

Willian และ Mkhitaryan ทำไมคำว่า “ฟรี” หรือ “แลกตัว” ไม่ได้หมายความว่าไม่มีต้นทุน?

ค่าตัวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนในการซื้อขายนักเตะ กรณี Willian แสดงเรื่องนี้ได้ชัดเจน

อาร์เซนอลเซ็นปีกบราซิลจาก Chelsea แบบไม่มีค่าตัวในปี 2020 หลังเขาหมดสัญญากับทีมร่วมกรุงลอนดอน

บนกระดาษดูเหมือนเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะสโมสรไม่ต้องจ่าย Transfer Fee และได้ผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงใน Premier League

แต่การเซ็นฟรียังมีค่าเหนื่อย โบนัส และระยะสัญญาที่ต้องพิจารณา

Willian เริ่มต้นด้วยผลงานน่าสนใจ แต่ไม่สามารถสร้างอิทธิพลต่อทีมได้ตามที่คาดหวัง และหลังอยู่กับอาร์เซนอลเพียงหนึ่งฤดูกาล สโมสรกับนักเตะก็ตกลงยกเลิกสัญญา ก่อนเขาย้ายกลับบราซิลกับ Corinthians

ส่วน Henrikh Mkhitaryan มาถึงในเดือนมกราคม 2018 ผ่านดีลแลกตัวที่ Alexis Sánchez ย้ายไป Manchester United

ปัญหาของดีลนี้คืออาร์เซนอลกำลังเสียหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของทีมซึ่งเหลือสัญญาเพียงไม่กี่เดือน และแทนที่จะได้รับค่าตัว สโมสรเลือกแลกกับผู้เล่นที่ Manchester United เองก็ต้องการปล่อยออก

Mkhitaryan มีเกมที่ดีและสร้างผลงานได้บางช่วง แต่ไม่สามารถทดแทนอิทธิพลของ Sánchez ในระยะยาวได้ ก่อนถูกปล่อยยืมไป Roma และย้ายออกอย่างถาวรในเวลาต่อมา

ทั้งสองกรณีแสดงให้เห็นว่า การไม่มีค่าตัวก้อนใหญ่ไม่ได้ทำให้ดีลมีความเสี่ยงเป็นศูนย์

ค่าเหนื่อย ระยะสัญญา Opportunity Cost และพื้นที่ในทีมล้วนเป็นต้นทุนเช่นเดียวกัน

Park Chu-young และ André Santos ดีลที่สะท้อนปัญหาการเสริมทีมแบบเร่งด่วน

ซัมเมอร์ปี 2011 เป็นหนึ่งในตลาดที่วุ่นวายที่สุดของอาร์เซนอล ทีมเสียผู้เล่นสำคัญอย่าง Cesc Fàbregas และ Samir Nasri ขณะที่ผลงานช่วงต้นฤดูกาลสร้างแรงกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ต่อ Manchester United 8-2

ในช่วงท้ายตลาด สโมสรจึงเร่งเสริมผู้เล่นหลายราย Park Chu-young ย้ายจาก Monaco แต่แทบไม่ได้รับโอกาสใน Premier League และลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่เพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนถูกปล่อยยืมและค่อย ๆ หลุดออกจากแผน

สถานการณ์ของเขายิ่งถูกพูดถึงเพราะ Arsenal มี Robin van Persie เป็นกองหน้าหลักในฤดูกาลนั้น ทำให้โอกาสของ Park จำกัดอย่างมากตั้งแต่ต้น

André Santos ได้รับโอกาสมากกว่า แต่ไม่สามารถสร้างความมั่นคงในตำแหน่งแบ็กซ้ายได้อย่างที่สโมสรต้องการ

ช่วงเวลาของเขายังถูกจดจำจากเหตุการณ์แลกเสื้อกับ Robin van Persie ตอนพักครึ่งเกมที่ Arsenal พบ Manchester United ซึ่งสร้างเสียงวิจารณ์จากแฟนบอล แม้เหตุการณ์นั้นไม่ควรถูกนำมาใช้ตัดสินคุณภาพของดีลทั้งหมดก็ตาม

สิ่งที่ทำให้ Park และ Santos น่าสนใจในฐานะกรณีศึกษาคือ ทั้งคู่สะท้อนความเสี่ยงของ Recruitment ที่เกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันและข้อจำกัดด้านเวลา

เมื่อสโมสรต้องแก้หลายตำแหน่งในช่วงท้ายตลาด โอกาสที่จะเลือกผู้เล่นจากความเหมาะสมระยะยาวย่อมน้อยกว่าการวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ

อาร์เซนอลเรียนรู้อะไรจากดีลที่น่าผิดหวังเหล่านี้?

หากนำทั้ง 10 กรณีมาวางรวมกัน จะพบว่าไม่มีสาเหตุเดียวที่ทำให้ดีลล้มเหลว Pépé แสดงให้เห็นความเสี่ยงของการจ่ายค่าตัวสูงโดยที่ผู้เล่นไม่ได้กลายเป็นศูนย์กลางของแผนระยะยาว

Özil และ Aubameyang สะท้อนความเสี่ยงของสัญญาระยะยาวและค่าเหนื่อยสูงกับผู้เล่นที่กำลังเข้าสู่ช่วงหลังของอาชีพ

Mustafi และ Pérez แสดงปัญหาของการลงทุนกับผู้เล่นที่ไม่สามารถแก้ตำแหน่งตามความคาดหวัง ส่วน Willian ยืนยันว่า Free Transfer ไม่ได้แปลว่าฟรีในทางเศรษฐศาสตร์

Mkhitaryan สะท้อนผลกระทบจากการปล่อยให้สัญญาของผู้เล่นสำคัญอย่าง Sánchez เข้าสู่ช่วงสุดท้ายจนทางเลือกของสโมสรลดลง ขณะที่ Park และ Santos แสดงความเสี่ยงจากการแก้ตลาดอย่างเร่งด่วน

บทเรียนสำคัญจึงไม่ได้มีเพียง “อย่าซื้อนักเตะคนแบบนี้อีก”

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ สโมสรต้องมีโครงสร้างการตัดสินใจที่ดี ตั้งแต่ Scouting, Data Analysis, Tactical Fit, อายุ, ประวัติอาการบาดเจ็บ, Character, ค่าเหนื่อย ไปจนถึงแผนการขายในอนาคต

เพราะแม้จะเลือกนักเตะเก่งถูกคน หากจัดการสัญญาผิดเวลา สโมสรอาจยังเสียมูลค่าหลายสิบล้านปอนด์ได้

สรุป 10 ดีลซื้อขายที่น่าผิดหวังที่สุดของอาร์เซนอล ไม่ได้ผิดพลาดเพราะนักเตะอย่างเดียว

เมื่อมองย้อนกลับไปที่ 10 ดีลซื้อขายที่น่าผิดหวังที่สุดของอาร์เซนอล จะเห็นว่าความผิดพลาดในตลาดนักเตะซับซ้อนกว่าการแบ่งผู้เล่นออกเป็น “เก่ง” กับ “ไม่เก่ง”

Nicolas Pépé คือกรณีที่ช่องว่างระหว่างค่าตัวกับผลตอบแทนกว้างเกินไป ขณะที่ Özil และ Aubameyang แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นที่เคยยอดเยี่ยมสามารถกลายเป็นปัญหาทางธุรกิจได้ หากการจัดการสัญญาในช่วงหลังไม่เหมาะสม

Lacazette ยิ่งแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “นักเตะที่มีผลงาน” กับ “ดีลที่ให้ผลตอบแทนตามการลงทุน” เพราะเขายิงประตูจำนวนมากให้อาร์เซนอล แต่สุดท้ายสโมสรก็ไม่ได้รับค่าตัวกลับมาเมื่อออกจากทีม

ส่วน Park, Santos และ Pérez สะท้อนอีกด้านหนึ่งว่า การซื้อผู้เล่นโดยไม่มีบทบาทที่ชัดเจนหรือภายใต้แรงกดดันของตลาด สามารถทำให้เงินลงทุนสูญเสียคุณค่าได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ตลาดซื้อขายที่ดีไม่ได้จบในวันที่นักเตะชูเสื้อ

สโมสรต้องเลือกให้ถูก ใช้งานให้เหมาะ ต่อสัญญาให้ถูกเวลา และรู้ว่าควรขายเมื่อไร เพราะทุกขั้นตอนตั้งแต่วันซื้อจนถึงวันที่นักเตะออกจากทีม ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จหรือความล้มเหลวของ “ดีล” เดียวกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดีลซื้อขายที่น่าผิดหวังของอาร์เซนอล

ดีลซื้อที่น่าผิดหวังที่สุดของอาร์เซนอลคือใคร?

Nicolas Pépé เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุด เพราะอาร์เซนอลซื้อเขาจาก Lille ในปี 2019 ด้วยค่าตัวประมาณ 72 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติสโมสรในเวลานั้น แต่เขาไม่สามารถยึดบทบาทสำคัญระยะยาว และสุดท้ายสโมสรยกเลิกสัญญาในปี 2023

Nicolas Pépé ยิงประตูให้อาร์เซนอลได้หรือไม่?

ได้ ดังนั้นการเรียกเขาว่าเป็นนักเตะที่ “ทำอะไรไม่ได้เลย” จึงไม่ถูกต้อง Pépé มีทั้งประตู แอสซิสต์ และช่วงเวลาสำคัญ รวมถึงมีส่วนกับ FA Cup 2019/20 ปัญหาหลักคือผลงานโดยรวมและสถานะในทีมไม่สอดคล้องกับการลงทุนประมาณ 72 ล้านปอนด์

Mesut Özil ถือเป็นการซื้อที่ล้มเหลวของอาร์เซนอลหรือไม่?

ไม่ควรเรียกการซื้อ Özil ในปี 2013 ว่าล้มเหลว เพราะเขามีผลงานระดับสูงและช่วยสโมสรคว้าแชมป์ อย่างไรก็ตาม การต่อสัญญาด้วยค่าเหนื่อยสูงในปี 2018 และสถานการณ์ช่วงท้ายที่นำไปสู่การยุติสัญญาก่อนกำหนด ถือเป็นส่วนที่น่าผิดหวังของการบริหารดีล

ทำไม Alexandre Lacazette ถึงอยู่ในรายชื่อนี้ทั้งที่ยิงประตูได้มาก?

เพราะบทความประเมินคุณภาพของธุรกรรม ไม่ได้จัดอันดับนักเตะที่เล่นแย่ที่สุด Lacazette ยิงมากกว่า 70 ประตูให้อาร์เซนอลและเคยเป็น Player of the Season แต่สโมสรลงทุนค่าตัวระดับสถิติในเวลานั้น และสุดท้ายเสียเขากลับ Lyon แบบไม่มีค่าตัว จึงมีเหตุผลให้ถกเถียงถึงความคุ้มค่าของดีลโดยรวม

เซ็นนักเตะแบบฟรีเอเยนต์มีโอกาสเป็นดีลล้มเหลวหรือไม่?

มี เพราะ Free Transfer หมายถึงไม่มีค่าตัวให้สโมสรเดิมเท่านั้น สโมสรยังต้องรับผิดชอบค่าเหนื่อย โบนัส ค่าธรรมเนียม และพื้นที่ในทีม กรณี Willian แสดงให้เห็นว่าการเซ็นฟรีก็สามารถให้ผลลัพธ์ต่ำกว่าความคาดหวังได้