“นอร์ธลอนดอนดาร์บี”

นอร์ธลอนดอนดาร์บี้ ทั้งสองเป็นสโมสรเก่าแก่ของอังกฤษ สเปอร์ส เองก่อตั้งก่อนเมื่อปี 1882 ในชื่อ “ฮ็อตสเปอร์ เอฟซี”นอร์ธลอนดอนดาร์บี้

นอร์ธลอนดอนดาร์บี้ ทั้งสองเป็นสโมสรเก่าแก่ของอังกฤษ สเปอร์ส เองก่อตั้งก่อนเมื่อปี 1882 ในชื่อ “ฮ็อตสเปอร์ เอฟซี” ส่วนอาร์เซน่อลเองก่อตั้งตามมาในอีก 4 ปีให้หลัง ด้วยชื่อ “ไดอัล สแควร์” ซึ่งสมัยก่อน สนามของพวกเขาอยู่ที่ลอนดอนตะวันออกเฉียงใต้

ชื่อ “พลัมสเตด คอมมอน”สนามดังกล่าวกลายเป็นสักขีพยานบันทึกไว้ว่า พวกเขาทั้งสองทีมเคยพบกันครั้งแรก เมื่อปี 1887 โดยทีม “ปืนใหญ่” ที่ขณะนั้นใช้ชื่อว่า “รอยัล อาร์เซน่อล” ตามหลังอยู่ 1-2 ก่อนที่ฟ้าจะมืดลงและแข่งขันกันต่อไม่ได้ จนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงต้นปีถัดมา คราวนี้ รอยัล อาร์เซน่อลชนะไป 6-2 นั่นเป็นแมตช์แรกที่มีการบันทึกผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

กระทั่งปี 1919 ความแค้นระหว่างทั้งสองทีมเริ่มก่อตัว เมื่อฟุตบอลลีกอังกฤษจัดการโหวตขึ้นว่าทีมใดจะได้ขึ้นไปแข่งขันในลีกสูงสุดเพิ่มอีกสองทีม จากเดิม 18 ทีมเป็น 20 ทีม อันดับ 19 อย่างเชลซี ที่เดิมต้องตกชั้น ได้สิทธิ์เล่นในลีกสูงสุดต่อไปอีก 1 ทีม ขณะที่อีกหนึ่งสิทธิ์ ควรจะเป็นของอันดับที่ 20 ในลีกสูงสุดอย่างสเปอร์ส แต่กลายเป็นว่า อาร์เซน่อล ที่ขณะนั้นเป็นอันดับ 6 ของดิวิชั่น 2 ชนะโหวตและขึ้นไปแข่งในดิวิชั่น 1 เฉย ส่วน “ไก่เดือยทอง” ต้องตกชั้นมาเล่นลีกรองแทน ที่คือความบาดหมางครั้งแรกที่เกิดขึ้นระหว่าง อาร์เซน่อล และ สเปอร์ส ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ

อีกสองปีหลังจากเหตุการณ์นั้น อาร์เซน่อล

(ที่เปลี่ยนชื่อจากรอยัล อาร์เซน่อล มาใช้ชื่อนี้จนถึงปัจจุบัน และย้ายสนามมาที่ไฮบิวรี่ ทางลอนดอนเหนือ ตั้งแต่ปี 1913) ลงสู้ศึก “นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้” กับสเปอร์ส อย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 1921 ครั้งนั้นทีม “ไก่เดือยทอง” ชนะไป 2-1 จากนั้นปีถัดมา พวกเขาลงสนามเจอกันอีก ก่อนที่แฟนบอลของทั้งคู่ทะเลาะวิวาทกัน จนสมาคมฟุตบอลอังกฤษต้องสั่งให้แข่งใหม่โดยห้ามกองเชียร์เข้าสนาม

ช่วงเวลาต่อจากนั้นราว 30 ปี ทั้งคู่ไม่ค่อยพบกันบ่อยนัก เนื่องจาก สเปอร์ส หล่นไปเล่นในดิวิชั่น 2 และเกิดเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ในเวลาต่อมา ซึ่งมีเหตุการณ์น่ารักเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นที่ สเปอร์ส อนุญาตให้ อาร์เซน่อล ใช้สนามไวท์ ฮาร์ท เลนเป็นสังเวียนเหย้าได้ เนื่องจากไฮบิวรี่ถูกวางระเบิด และสนามได้รับความเสียหาย
แต่นับจากปี 1950 เป็นต้นมา ทั้งอาร์เซน่อล และ สเปอร์ส ได้กลับมาเล่นในลีกสูงสุดทั้งสองทีม พวกเขาแทบไม่ตกชั้นลงไปอีก ทำให้ทั้งคู่ได้ลงสนามพบกันทุกฤดูกาลตามโปรแกรมลีก ในปี 1971 เรย์ เคนเนดี้ ทำประตูชัยให้อาร์เซน่อล ชนะ สเปอร์ส และคว้าแชมป์ลีกสูงสุดที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ท่ามกลางความเจ็บปวดของชาว “ไก่เดือยทอง” ขณะที่อีก 33 ปีให้หลัง อาร์เซน่อล ก็มาคว้าแชมป์ลีกที่รังเหย้าของ สเปอร์ส อีกรอบ ด้วยการเก็บหนึ่งแต้มที่พวกเขาต้องการ ด้วยผลเสมอ 2-2 ในเกมวันที่ 25 เมษายน 2004 ที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน

Arsenal v Spurs

อีกหนึ่งช่วงเวลาฝังใจของ สเปอร์ส คือช่วงปี 2000-2008 ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของอาร์เซน่อล ภายใต้การนำของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่มี เธียร์รี่ อองรี เป็นสตาร์ดังของทีม ความขมขื่นของท็อตแน่ม ที่ไม่สามารถเอาชนะในเกมนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ได้เลย 21 เกมติดต่อกันในทุกรายการ สถิติดังกล่าวจบลงเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2008 ที่ สเปอร์ส เปิดบ้านเอาชนะ อาร์เซน่อลได้ 5-1 ในศึกลีก คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ก่อนเข้าไปคว้าแชมป์ได้สำเร็จในปีนั้น

อีกหนึ่งความแค้นฝังใจของสเปอร์ส ที่มีต่ออาร์เซน่อล คือการที่แฟนบอล “ปืนใหญ่” กำหนดวันเยาะเย้ยทีมคู่แค้นที่ชื่อ “เซนต์ ท็อตเทอริ่งแฮม เดย์” เป็นวันที่แฟนอาร์เซน่อล จะฉลองกันใหญ่โตทุกปี หากแต้มของพวกเขานำขาดจน สเปอร์ส ไล่ไม่ทันอย่างแน่นอน

อาถรรพณ์ “เซนต์ ท็อตเทอริ่งแฮม เดย์” ที่ยาวนานถึง 22 ปี สิ้นสุดลงเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เมื่อสเปอร์ส เอาชนะ อาร์เซน่อลได้ 2-0 เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนปี 2017 ส่งผลให้ “ไก่เดือยทอง” จบรองแชมป์ และ อาร์เซน่อล จบเพียงอันดับที่ 5 ทำให้แฟนๆที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ได้ฉลองกันยกใหญ่เกทับเพื่อนบ้านคู่รักคู่แค้นเสียที

จูดาส

แคมเบล
คำนี้เป็นคำที่รุนแรงมากของแฟนบอล ที่ใช้เรียกอดีตนักเตะของทีมที่ย้ายไปเล่นให้สโมสรคู่แค้นอันดับหนึ่งตลอดกาลของสโมสร … ทีมที่พวกเขาเกลียดมากที่สุด … พวกเขาจะเรียกนักเตะเหล่านั้นว่า “จูดาส”
หากนับในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษแล้ว มีนักเตะเพียง 15 คนที่เคยเล่นให้กับ อาร์เซน่อล และ สเปอร์ส

แต่หากนับในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสมัยใหม่ 4 ชื่อที่คุ้นเคยได้แก่ เดวิด เบนท์ลี่ย์ , วิลเลี่ยม กัลลาส , เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ และ “จูดาสอันดับหนึ่งตลอดกาล” อย่าง โซล แคมป์เบลล์

ความสำเร็จในอดีต

ความสำเร็จของปืนในเชิงถ้วยรางวัล อาร์เซน่อล ยังกินขาดกับความสำเร็จที่เหนือกว่าสเปอร์ส พวกเขาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดถึง 13 ครั้ง ขณะที่ สเปอร์ส ได้เพียง 2 ครั้ง , เอฟเอ คัพ อาร์เซน่อลได้ไป 13 ครั้ง และสเปอร์ส ได้ไปเพียง 8 หน ส่วน ลีก คัพ สเปอร์ส ได้มากกว่าบ้างที่ 4 สมัย ส่วน “ปืนใหญ่” เก็บไปได้แค่ 2 ครั้ง  ความสำเร็จในฟุตบอลสโมสรยุโรป แม้ทีม “ปืนใหญ่” จะผูกขาดการร่วมเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาอย่างยาวนาน แต่หาก นับในเชิงถ้วยรางวัล “เดอะ กันเนอร์ส” คว้าได้เพียงคัพ วินเนอร์ส คัพในปี 1994 เท่านั้น ขณะที่ สเปอร์ส เคยได้แชมป์ยูฟ่า คัพ (ชื่อเดิมของยูโรป้า ลีกปัจจุบัน) มาแล้ว 2 สมัย

ทั้งคู่ยังไม่เคยคว้าแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเดิมคือ ยูโรเปี้ยน คัพ หรือชื่อใหม่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดย สเปอร์ส เพิ่งได้ รองแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่ หลังพ่ายให้กับลิเวอร์พูล 0-2 เมื่อฤดูกาลก่อน

ปัจจุบัน อาร์เซนอล เป็นทีมที่โชว์ฟอร์มได้ดีกว่าในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 โดยทำคะแนนได้ 6 คะแนน จากการแข่งขัน 3 นัด แบ่งเป็นชัยชนะ 2 นัด และความพ่ายแพ้ เหนือทีมแกร่งอย่าง ลิเวอร์พูล

ส่วน สเปอร์ส ฟอร์มยังไม่คงเส้นคงวาเท่าไหร่นัก โดยทำคะแนนได้ 4 คะแนน และชัยชนะนัดเดียวในฤดูกาลนี้ คือการไล่แซงน้องใหม่อย่าง แอสตัน วิลลา 3-1 ในช่วงท้ายเกม และล่าสุดเพิ่งพ่าย แมนซิตี้ 0-3 นัดล่าสุดที่ผ่านมา

ส่วนขุมกำลังของพวกเขาทั้งสอง ก็ยังเป็นอาร์เซนอลที่ดูดีกว่า หลังจากสามารถคว้าดาวเตะฝีเท้าดีอย่าง นิโกลาส์ เปเป, ดาวิด ลุยซ์ และ ดานี เซบาญอส มาร่วมทีม อีกทั้งยังรั้งสตาร์ของทีมอย่าง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง และ อเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์ ไว้กับทีมได้

ทางด้าน ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ยังคงเจอปัญหาความ คลุมเครือ ในเรื่องการย้ายทีมของ คริสเตียน อีริคเซน เพลย์เมคเกอร์หัวใจสำคัญของทีม ที่ตกเป็นข่าวกับ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่จากสเปน

จนไม่ได้ลงสนามช่วยทีมอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ใช่ว่าจะสิ้นเขี้ยวเล็บ เมื่อนักเตะอย่าง ซน เฮือง-มิน, ลูคัส มูรา และ แฮร์รี เคน เติบใหญ่เป็นกำลังสำคัญของทีมอย่างสมบูรณ์แล้ว ภายใต้การคุมทีมของ มูริญโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกส

ขอบคุณและติดตามข่าวได้ทาง อาร์เซน่อลนิวส์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here